เรื่องทั้งหมดโดย new004

เถื่อนได้อีก! “แฟนบาสเตีย” กรูลงสนามหวังทำร้ายแข้ง “ลียง”

 

แฟนบอลบาสเตียทำเรื่องงามไส้ กรูลงมาในสนามหวังทำร้ายร่างกายนักเตะ ลียง ก่อนเริ่มแข่งขัน และช่วงพักครึ่ง ทำให้เกมถูกยกเลิกในที่สุด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน เกิดเรื่องฉาวขึ้นในเกม ลีก เอิง ฝรั่งเศส เมื่อมีกองเชียร์ บาสเตีย ทีมท้ายตารางจำนวนหนึ่งกรูลงมาในสนามพยายามทำร้ายร่างกายนักเตะ โอลิมปิก ลียง ในช่วงอบอุ่นร่างกาย ทำให้เกมเริ่มช้ากว่าเวลา 1 ชั่วโมง แต่สุดท้ายเกมถูกยกเลิก เพราะช่วงพักครึ่งแฟนบอลเจ้าบ้านลงมาก่อเหตุอีกครั้ง

ตามรายงานเผยว่า ต้นเหตุเกิดจากช่วงอบอุ่นร่างกายมีแฟนบอล บาสเตีย ไปขว้างบอลใส่ มาติเยอ กอร์กเชอแล็ง นักเตะของลียง ก่อน เมมฟิส เดอปาย ขว้างบอลกลับไปทันที ทำให้แฟนบอล บาสเตีย ไม่พอใจกรูกันลงมาในสนามหวังเอาเรื่อง ล่าสุดทางลีกเอิง ยืนยันจะมีการสอบสวนเรื่องนี้เพื่อหาบทลงโทษ บาสเตีย แน่นอน

“ปืน-ผี” อย่าฝัน! “กอมปานี” ลั่น “เรือใบ” เข้าฝักพร้อมคว้าท็อปโฟร์แล้ว

 

แวงซ็องต์ กอมปานี กองหลังกัปตันทีมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมายกย่องทีมหลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดจนสามารถบุกถล่ม เซาธ์แฮมป์ตัน ถึง 3-0

โดยเกมนี้ กอมปานี ที่มีโอกาสกลับมาลงสนามอีกครั้ง หลังบาดเจ็บแทบทั้งฤดูกาล แถมสามารถพังประตูได้ด้วย จนช่วยให้ เรือใบสีฟ้า ยังรักษาอันดับในพื้นที่ท็อปโฟร์อย่างเหนียวแน่นต่อไป

“เรายินดีมากๆ กับการเก็บคลีนชีทและโชว์ฟอร์มแบบนี้ออกมาได้” กอมปานี กล่าว “การเล่นที่นี่มันไม่ง่ายเลยที่จะเข้ามาเก็บ 3 แต้มไปได้ ดังนั้นทุกคนจึงภูมิใจสุดๆ ในการทำให้แฟนๆแฮปปี้แบบนี้”

“เรารู้ว่าเกมนี้สำคัญขนาดไหน นั่นจึงเป็นสาเหตุของความกดดันให้ระเบิดฟอร์มออกมา และทุกๆคนสมควรกับผลงานนี้แล้ว”

“เรากำลังสร้างสิ่งที่ยอดเยี่ยมออกมาเพื่อทีมของตัวเองและนี่มันก็อยู่ในระหว่างการพัฒนาเท่านั้น”

รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม : “เรื่องสุดทึ่งในวงการลูกหนัง”

 

ในโลกนี้มีอีกหลายเรื่องที่มนุษย์ไม่อาจจินตนาการ เช่นเดียวกับประวัติศาสตร์ ที่บางครั้งวันเวลาก็พัดพาเอาเรื่องเรื่องสุดน่าทึ่งลบเลือนไปจากความทรงจำ

กระทั่งเรากลับมาพบอีกครั้งว่า “เห้ย จริงดิ” และนี่คือตอนแรกของมหากาพย์อันแสนน่าทึ่งเกี่ยวกับผู้คนและสโมสรในวงการลูกหนังโลก กับตอนแรกของซีรี่ย์ “รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม”

ห้องเครื่องชาวแคเมอรูนคืออีกหนึ่งผลผลิตของ อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซน่อล ที่พัฒนาฝีเท้าจนก้าวมาเป็นมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของโลกลูกหนัง และแน่นอนว่านั่นนำมาสู่ความสนใจจากยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป โดยเฉพาะ บาร์เซโลน่า

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งในลา ลีกา สเปน ของซง กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เส้นทางการค้าแข้งนั้นวูบดับไปตลอดกาล เมื่อไม่อาจทำผลงานได้ดีดังเก่า ก่อนถูกส่งตัวให้เวสต์แฮม ยูไนเต็ด และย้ายไป รูบิน คาซาน ในปัจจุบัน

แต่หากมองว่ากราฟชีวิตของเขานั้นน่าทึ่งแล้ว ดูเหมือนชีวิตนอกฟลอร์หญ้าของ ซง จะน่าทึ่งยิ่งกว่า เมื่อเราพบว่าเขามีพี่น้องมากถึง 27 คน แบ่งเป็นพี่สาว/น้องสาวมากถึง 17 คน และพี่ชาย/น้องชายอีก 10 คน

ดันดี.. ชื่อนี้ไม่ธรรมดา

สำหรับวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ เราคงคุ้นเคยและคุ้นหูกับชื่อของสองยักษ์ใหญ่อย่าง กลาสโกว์ เซลติก และ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส กันมากกว่า แต่ครั้งหนึ่งใครเล่าจะรู้ว่าสองยอดทีมจากเมืองดันดี อย่าง ดันดี เอฟซี และ ดันดี ยูไนเต็ด เคยบุกไปเขย่ายุโรปมาแล้ว

โดยทั้งสองทีมก่อตั้งสโมสรมานานเกิน 100 ปี ซึ่ง ดันดี เอฟซี สถาปนาตัวเองเป็นทีมแรกจากสกอตแลนด์ ที่ทะลุเข้าสู่รองรอบชนะเลิศยูโรเปี้ยน คัพ หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 1963 ก่อน ดันดี ยูไนเต็ด จะเดินตามรอยเพื่อนร่วมเมืองในปี 1984

นั่นทำให้ ดันดี เอฟซี และ ดันดี ยูไนเต็ด ครองสถิติร่วมกับ เซลติก และ เรนเจอร์ส ในฐานะเป็นทีมจากเมืองเดียวกันที่ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ แม้ปัจจุบัน 3 จาก 4 ทีม จะห่างไกลจากผลงานในอดีตก็ตาม

นอกจากนี้ ดันดี ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบันหล่นไปเล่นในลีกรอง หรือสกอตแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ ยังมีสถิติสุดน่าทึ่ง เมื่อพวกเขาเอาชนะ บาร์เซโลน่า ได้ทั้งหมด 4 นัด ที่เจอกันในการแข่งขันอย่างป็นทางการ นั่นคือการคว้าชัยเหนือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม

สโมสรลับแห่งสหราชอาณาจักร

อย่างที่เราทราบกันดีว่าฟุตบอลลีก อังกฤษ รวมถึงสกอตแลนด์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นฟุตบอลลีกที่แพร่หลายกันอยู่ในปัจจุบัน และจากความนิยมที่มากมายของผู้คนในสหราชอาณาจักร มันจึงไม่แปลกที่จะมีทีมฟุตบอลมากมายก่อตั้งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในจำนวนสโมสรนับร้อยทีมบน 4 ลีกอาชีพของอังกฤษ และสกอตแลนด์ เรากลับพบว่ามีเพียง เซนต์ จอห์นสโตน เพียงทีมเดียว ที่มีตัวอักษร J หรือ เจ อยู่ในชื่อทีม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากๆ

แต่อีกทีมที่ทำให้เราทึ่งไม่แพ้กัน คือ เวสต์ อัคแลนด์ ทาวน์ เอฟซี สโมสรเล็กๆในดาร์ลิงตัน ที่ได้รับการจดบันทึกให้เป็นทีมจากอังกฤษทีมแรกที่คว้าแชมป์ในฟุตบอลถ้วยยุโรป เมื่อผงาดซิวถ้วยรายการเซอร์ โธมัส ลิปตัน มาครองถึง 2 ครั้ง ในปี 1909 และ 1911

ไม่ใช่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ผงาดซิวแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ในปี 1968 แม้ผู้คนจะเลือกจดจำยอดทีมอย่าง “ปีศาจแดง” มากกว่า เวสต์ อัคแลนด์ ที่ปัจจุบันเล่นอยู้ในลีกระดับสมัครเล่นของอังกฤษเท่านั้น

มาวูบ้า.. คนไร้สัญชาติ

ริโอ มาวูบ้า ชื่อนี้เชื่อว่าแฟนบอลคงคุ้นหูกันบ้าง เพราะสมัยรุ่งโรจน์กับบอร์กโดซ์ ยักษ์หลับลีก เอิง ฝรั่งเศส เคยได้รับการเรียกตัวเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติฝรั่งเศส แม้ปัจจุบันจะโดนอาการบาดเจ็บรุมเร้าจนไม่ได้รับโอกาสลงสนามกับ ลีลล์

กระนั้นบนเส้นทางการค้าแข้งที่เคยรุ่งโรจน์ ใครเล่าจะทราบว่ามิดฟิลด์เจ้าของส่วนสูง 172 เซนติเมตรคนนี้ จะเคยเป็นคนไม่มีสัญชาติ เมื่อมารดาของเขาให้กำเนิด มาวูบ้า ขณะแล่นเรืออยู่ในเขตน่านน้ำสากล

ย้อนกลับไปวันที่ 8 มีนาคม 1984 ครอบครัวของมาวูบ้า ขึ้นเรือมุ่งหน้ามายังฝรั่งเศส เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสงครามกลางเมืองในแองโกลา ก่อนจะให้กำเนิดดาวเตะลีลล์ บนเรือขณะแล่นอยู่ในน่านน้ำสากล

นั่นทำให้ในใบแจ้งเกิดหรือสูติบัตรของ มาวูบ้า ไม่มีสัญชาติ และเขียนอธิบายสั้นๆได้ใจความว่าเกิดในน้ำ ก่อนท้ายที่สุดจะได้รับสัญชาติฝรั่งเศส ในปี 2004 และก้าวไปติดทีมชาติในที่สุด

ฟินแน่น.. ผู้พิชิต

อดีตแบ็กขวาลิเวอร์พูล อาจไม่ใช่นักเตะที่มีเทคนิคดี หรือเป็นคนที่แฟนบอลพูดถึงมากนัก เนื่องด้วยสไตล์การเล่นแบบอังกฤษโบราณ เน้นพละกำลังและรู้จักบทบาทหน้าที่ มากกว่าจะโชว์เทคนิคหรือทักษะลูกหนัง

เด็กมันเทพ! “เนเรส” หอกดาวรุ่ง “อาแจ็กซ์” ทำสถิติในลีกดัตช์

 

พาไปชมประตูปิดกล่องนาที 83 ในชัยชนะของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ที่มีต่อ ฮีเรนวีน 5-1 ในฟุตบอลเอเรดิวิซี่ ของเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เป็น “เดวิด เนเรส” กองหน้าบราซิเลียน วัย 20 ปี ที่เพิ่งย้ายจากเซา เปาโล มาร่วมทีมอาแจ็กซ์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดเจ้าตัวทำสถิติยิงประตูได้ 3 นัดติดต่อกัน จากการลงประเดิมสนามในฐานะตัวจริง

สถิตินี้ไล่มาตั้งแต่นัดแรกบนแผ่นดินลีกดัตช์เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ที่เปิดบ้านเอาชนะจ่าฝูง เฟเยนูร์ด ร็อตเตอร์ดัม 2-1, วันที่ 9 เม.ย. ในเกมที่บุกชนะ เอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น 4-1 และล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. ที่ผ่านมานั่นเอง

ทั้งนี้ เจ้าหนูเนเรสถือเป็นแข้งคนแรกที่ทำสถิตินี้ได้บนลีกสูงสุดแดนกังหัน นับตั้งแต่ หลุยส์ ซัวเรซ เคยทำไว้คนสุดท้าย เมื่อปี 2007

เมสซี่เบิ้ล! “บาร์ซ่า” ซิว “โซเซียดาด” หืด 3-2 ตาม “ราชัน” 3 แต้ม

 

เริ่มเกมมา 17 นาที เจ้าถิ่นต่อเกมกันได้สวย ปาโก้ อัลกาเซร์ ผ่านเข้ากลางให้ หลุยส์ ซัวเรซ ไหลต่อถึง ลิโอเนล เมสซี่ อัดด้วยซ้ายจากระยะกว่า 20 หลา บอลพุ่งเป็นจรวดเสียบเสาเด็ดขาด บาร์เซโลน่า ออกนำ 1-0

นาทีที่ 37 สามประสานแนวรุกเจ้าถิ่นประสานงานกันอีกครั้ง ปาโก้ อัลกาเซร์ จ่ายให้ หลุยส์ ซัวเรซ หลุดเข้าไปยิงติดเซฟ เคเรนิโม่ รูยี่ บอลมาเข้าทาง ลิโอเนล เมสซี่ กดด้วยซ้ายไม่เหลือ บาร์เซโลน่า หนีเป็น 2-0

นาทีที่ 42 ทีมเยือนมาได้ประตูตีไข่แตก อินญิโก้ มาร์ติเนซ เปิดบอลจากริมเขตโทษฝั่งซ้าย บอลไปแฉลบ ซามูแอล อุมติตี้ เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง เรอัล โซเซียดาด ไล่มาเป็น 1-2

สองนาทีต่อมา เจ้าบ้านบุกอีกครั้ง ลิโอเนล เมสซี่ จ่ายทะลุช่องให้ ปาโก้ อัลกาเซร์ หลุดไปซัดเรียดเสียบเสาสองเข้าไป บาร์เซโลน่า หนีเป็น 3-1

ทีมเยือนไม่ถอดใจ ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก วิลเลี่ยน โชเซ่ เปิดบอลจากซ้ายไปหน้าประตู ชาบี ปรีเอโต้ ได้แปโล่งๆตุงตาข่าย เรอัล โซเซียดาด ไล่มาเป็น 2-3 พร้อมกับจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 71 ทีมเยือนเกือบได้ประตูตีเสมอ อาเซียร์ อียาร์ราเมนดี้ ลองส่องไกลจากระยะกว่า 40 หลา บอลพุ่งจะเสียบใต้คานอยู่แล้ว แต่ มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น ยังไวถอยกลับมาปัดออกหลังได้ทัน
นาทีที่ 80 เจ้าถิ่นเกือบได้เพิ่ม อิวาน ราคิติช พาบอลขึ้นมาเอง ก่อนกดด้วยขวา แต่ เคเรนิโม่ รูยี่ ล้มตัวรับไว้ได้

จบเกม บาร์เซโลน่า เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เรอัล โซเซียดาด 3-2 เก็บสามแต้ม รั้งอันดับ 2 ตามหลัง “จ่าฝูง” เรอัล มาดริด 3 แต้ม แต่แข่งมากกว่าอยู่ 1 นัด

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น – เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, ซามูแอล อุมติตี้, จอร์ดี้ อัลบา – อันเดร โกเมส, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, อิวาน ราคิติช – ลิโอเนล เมสซี่, หลุยส์ ซัวเรซ, ปาโก้ อัลกาเซร์
เรอัล โซเซียดาด (4-3-3) : เคเรนิโม่ รูยี่ – โจเซบา ซัลดูอา, ราอูล นาบาส, อินญีโก้ มาร์ตีเนซ, ยูรี่ เบร์ชีเช่ – ชาบี ปรีเอโต้, อาเซียร์ อียาร์ราเมนดี้, ดาบิด ซูรูตูซ่า – การ์ลอส เวล่า, วิลเลี่ยน โชเซ่, มิเกล โอยาร์ซาบาล
ผู้ตัดสิน : ฆวน มาร์ตีเนซ มูนูเอร่า

สุดฮือฮา! “เมีย คัง” นางแบบสาวเตรียมขึ้นชกอาชีพที่ไทย

 

กลายเป็นเรื่องฮือฮาในแวดวงกำปั้น เมื่อ เมีย คัง (Mia Kang) นางแบบชุดว่ายน้ำของนิตยสาร “สปอร์ต อิลลัสเตรต” หรือ “เอสไอ (SI)” เตรียมที่จะประเดิมสังเวียนมวยไทยอาชีพครั้งแรก ที่จังหวัดสุราษฎรณ์ธานี ประเทศไทย

นางแบบสาววัย 28 ปี ซึ่งชนะการประกวด “เอสไอ สวิมมิงสูท 2016 โมเดล เซิร์ช”  มีผู้คนที่เข้าติดตามเกือบ 100,000 คน กำลังอยู่ในช่วงเตรียมร่างกายเพื่อชกมวยไทยอาชีพครั้งแรก โดยคาดว่าน่าจะเกิดขึ้นที่เกาะสมุย ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้

สาวลูกครึ่งบริติช-เกาหลี เริ่มรู้จักและหลงรักกีฬามวยไทย ระหว่างเดินทางมาพักร้อน ที่ประเทศไทย ปี 2016 โดยเดิมทีเธอมีกำหนดเข้าคอร์สฝึกซ้อมเพียงแค่ 10 วัน แต่สุดท้ายเธอทุ่มเวลาให้กับ มวยไทย นานถึง 9 เดือน เนื่องจากส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ แถมยังใช้ชีวิตร่วมกับกำปั้นระดับอาชีพประจำท้องถิ่น

ด้วยความรักในกีฬามวยไทย ทำให้ คัง ตัดสินใจลงแข่งชกมวยไทยอาชีพครั้งแรกในเดือนพ.ค.นี้ “ทุกอย่างที่ฉันต้องการก็คือการได้ก้าวขึ้นไปบนสังเวียน และท้าทายตัวเอง ฉันอยากเรียนรู้จากสิ่งนี้ และฉันอยากเติบโตขึ้นในฐานะคนๆ หนึ่ง ฉันตื่นเต้นมากๆ”

“มันเป็นการชกอาชีพ ไม่มีเฮดการ์ด ไม่มีสนับแข้ง ไม่มีสนับศอก ฉันรู้ว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ ฉันพร้อมยอมรับสิ่งนั้น แต่ฉันเชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในความสามารถของฉัน นอกเหนือจากเรื่องของร่างกายแล้ว มันเป็นการสู้กับตัวเอง ถ้าฉันสามารถขึ้นไปบนเวที และยืนต่อหน้าคู่ชก รวมทั้งเชื่อมั่นในตัวเองเต็มร้อย ฉันคิดว่าแค่นี้ฉันก็ชนะแล้ว” คัง ระบุ

ไม่รอด! “สุพรรณฯ” แยกทาง “ฟารีอาส” ตั้ง “โค้ชโย่ง” คุมชั่วคราว

 

“ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี สโมสรในศึกโตโยต้า ไทยลีก ตัดสินใจแยกทางกับ แซร์โจ้ ฟารีอาส กุนซือชาวบราซิล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังทำผลงานได้น่าผิดหวัง

เทรนเนอร์ชาวแซมบ้า พาทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ใน ศึกโตโยต้าไทยลีก 2017 หลังผ่านไปแล้ว 8 นัด ทีมเก็บชัยได้เพียงแค่ 2 เกม และแพ้ไปถึง 4 นัดด้วยกัน หล่นไปอยู่อันดับที่ 14 ของตาราง ทำให้ทางสโมสรจึงตัดสินใจปลดเจ้าตัวพ้นตำแหน่ง

การโดนปลดในครั้งนี้ของกุนซือวัย 49 ปี ถือเป็นครั้งที่สองกับต้นสังกัดในไทยลีก หลังเคยคุมเข้ารับงานคุมทีม “ช้างศึกยุทธหัตถี” เมื่อปี 2015 ก่อนแยกทางกันในช่วงกลางซีซั่น

พร้อมกันนี้ทางสโมสรยังได้ประกาศแต่งตั้ง “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ เฮดโค้ชฟุตบอลทีมชาติไทยชุด ยู-23 ให้คุมทีมแทนเป็นการชั่วคราว ในเกมที่จะบุกเยือน พัทยา ยูไนเต็ด วันอังคารที่ 18 เมษายนนี้

ฟีร์มีโน่โขกชัย! “หงส์แดง” บุกเฮ 1-0 แซง “เรือใบ” ขึ้นที่ 3

เริ่มเกมเพียงแค่ 2 นาที เจ้าถิ่นได้โอกาสก่อนเลยจาก แม็ตต์ ฟิลลิปส์ ลองสับไกจากหน้าเขตโทษ แต่บอลหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 15 ทีมเยือนทำเกมบุกได้ลุ้น ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ พาบอลขึ้นมาก่อนไหลให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ หลุดเข้าไปซัดด้วยซ้ายในเขตโทษ แต่บอลผ่านหน้าประตูออกไป

นาทีที่ 33 ลิเวอร์พูล ต่อเกมได้สวย จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ไหลต่อให้ ดิว็อค โอริกี้ สับไกด้วยขวานอกเขตโทษ แต่ เบน ฟอสเตอร์ พุ่งเซฟไว้ได้

ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก “หงส์แดง” มาได้ฟรีคิกเยื้องไปทางซ้าย เจมส์ มิลเนอร์ เปิดโด่งไปในเขตโทษ ลูคัส เลว่า โหม่งเช็ดต่อไปที่เสาสอง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ วิ่งเข้าโขกจ่อๆไม่เหลือ ลิเวอร์พูล ออกนำ 1-0 พร้อมกับจบครึ่งแรก

กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง นาทีที่ 56 ทีมเยือนพลาดได้ประตูหนีห่าง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้บอลหลุดไปสุดเส้นขวาก่อนตักไปที่เสาสองให้ เจมส์ มิลเนอร์ อัดด้วยขวาข้ามคานเหลือเชื่อ

นาทีที่ 80 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูตีเสมอ ซาโลมอน รอนดอน พลิกหลบ โฌแอล มาติป ก่อนลากเข้าเขตโทษแล้วไหลให้ แม็ทธิว ฟิลลิปส์ ยิงแต่ติดขา ซิมง มิโญเล่ต์

จบเกม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล บุกเฉือนเอาชนะ เวสต์บรอมวิช 1-0 เก็บสามแต้มสำคัญ ขยับอันดับแซง แมนฯซิตี้ ขึ้นไปอยู่ที่ 3 ของตารางอีกครั้ง แต่แข่งมากกว่า 1 นัด

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เวสต์บรอมวิช (4-2-3-1) : เบน ฟอสเตอร์ – เคร็ก ดอว์สัน, แกเร็ธ แม็คออลี่ย์, จอนนี่ อีแวนส์, คริส บรันท์, เจค ลิเวอร์มอร์, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์, เคลาดิโอ ยาค็อบ, แม็ตต์ ฟิลลิปส์, ฮัล ร็อบสัน-คานู, นาเซอร์ ชาดลี่
ลิเวอร์พูล (4-3-3) : ซิมง มิโญเล่ต์, เนธาเนียล ไคลน์, เดยัน ลอฟเรน, โฌแอล มาติป, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, เอ็มเร่ ชาน, ลูคัส เลวา, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ดิว็อค โอริกี้, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

ฟอร์มเฉียบ! “ผีแดง” เปิดรังทุบ “สิงห์บลูส์” 2-0 ขยับขึ้นที่ 5

 

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 คู่บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 ของตาราง เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของจ่าฝูง เชลซี

นาทีที่ 7 เป็นเจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำก่อน 1-0 จากจังหวะบอลโดนมือ อันเดร เอร์เรร่า บริเวณกลางสนาม แต่ผู้ตัดสินปล่อยเล่นต่อ ก่อนเจ้าตัววางยาวให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สลัดหนีดาวิด ลุยซ์ เข้าไปยิงผ่านมือ อัสมีร์ เบโกวิช ตุงตาข่าย

ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมเปิดเกมแลกกัน แต่ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์จังๆ หมดครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำ เชลซี 1-0

เริ่มครึ่งหลังได้ 4 นาที แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ประตูที่ 2 อย่างรวดเร็ว เอร์เรร่า ได้ยิงบริเวณกรอบเขตโทษ บอลพุ่งแฉลบเคิร์ท ซูม่า เปลี่ยนทางเข้าประตูไป

เกมยังดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด ทีมเยือนพยายามโหมบุกหนักแต่ก็ทำตีไข่ไม่แตก หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ เชลซี 2-0

ปีศาจแดง ขยับขึ้นมาที่ 5 มี 60 คะแนนจาก 31 นัด ส่วน สิงห์บลูส์ มี 75 คะแนนจาก 32 นัด นำอันดับสอง สเปอร์ส แค่ 4 แต้มเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-3-3) : ดาบิด เด เกอา ; อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เอริก ไบยี่, มาร์กอส โรโฮ, มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน ; มารูยาน เฟลไลนี่, อันเดร เอร์เรร่า, ปอล ป็อกบา ; เจสซี่ ลินการ์ด, แอชลี่ย์ ยัง, มาร์คัส แรชฟอร์ด

เชลซี (3-4-3) : อัสมีร์ เบโกวิช ; แกรี่ เคฮิลล์, ดาวิด ลุยซ์, เคิร์ท ซูม่า ; เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เนมันย่า มาติช, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, วิคเตอร์ โมเซส ; เอเด็น อสซาร์, ดีเอโก้ คอสต้า, เปโดร โรดริเกวซ

ใช่เลย! “3 ประเด็น” หลังเกม “ปีศาจแดง” เปิดโรงละครอัดจ่าฝูง “สิงห์บลูส์” 2-0

 

1. จ่าฝูงเตรียมเจอความกดดัน

การพ่ายแพ้คาบ้านต่อ คริสตัล พาเลซ เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา เสียหายอย่างยิ่ง หลังก่อนหน้านี้ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ชิลล์มานานหลายเดือน และแทบไม่เจอความกดดันอะไรใดๆเลย เพราะไม่กี่สัปดาห์ก่อนพวกเขาทิ้งคู่แข่งห่างถึง 10 แต้ม

ในตอนนี้พวกเขาเตรียมเผชิญกับความกดดัน ช่องว่างระหว่าง เชลซี กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ห่างกันเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น ในขณะที่ทั้งคู่เหลือโปรแกรมลงเตะอีก 6 นัด

และนี่คือแมตช์ที่เหลือของทั้งสองทีม

โปรแกรม 6 นัดที่เหลือในลีกของ เชลซี ประกอบไปด้วย

25/04/17 : เหย้า เซาธ์แฮมป์ตัน
30/04/17 : เยือน เอฟเวอร์ตัน
08/05/17 : เหย้า มิดเดิ้ลสโบรช์
12/05/17 : เยือน เวสต์บรอม
15/05/17 : เหย้า วัตฟอร์ด
21/05/17 : เหย้า ซันเดอร์แลนด์

โปรแกรม 6 นัดที่เหลือในลีกของ สเปอร์ส ประกอบไปด้วย

26/04/17 : เยือน คริสตัล พาเลซ
30/04/17 : เหย้า อาร์เซนอล
05/05/17 : เยือน เวสต์แฮม
14/05/17 : เหย้า แมนฯ ยูไนเต็ด
18/05/17 : เยือน เลสเตอร์
21/05/17 : เยือน ฮัลล์ ซิตี

สำหรับเวทีพรีเมียร์ลีก ทุกคนย่อมรู้ดีว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

2. วันของ เอร์เรร่า

อันเดร์ เอร์เรร่า ผู้ซึ่งคว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ไปครอง เขาเล่นบอลอย่างมีระเบียบวินัย และเป็นไปตามแท็คติกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ วางไว้
เขาจัดการ เอแด็น อาซาร์ สตาร์ของเชลซี ได้อยู่หมัดในชนิดที่ว่า เธอไปไหน-ฉันไปด้วย

เขาทำ 1 แอสซิสต์ ด้วยการจ่ายบอลงามๆให้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำประตูแรก

เขาทำได้ 1 ประตู ซึ่งเป็นประตูแรกในรอบ 7 เดือนให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ในซีซั่นนี้

มันเป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ว่าทำไมถึงเป็นวันของเขา

3. มู มั่นในแท็คติก

”มันเป็นแผนเดียวกับตอนที่เรามีผู้เล่น 11 คนในเกมเอฟเอ คัพ ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์” โชเซ่ มูรินโญ่ กล่าวหลังเกมกับ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ ของ บีบีซี

มูรินโญ่ วางแผนใช้กองหลัง 3 ตัว แม้ว่าผังจากถ่ายทอดสดจะบอกว่าใช้ระบบ 4-4-2 ก็ตาม แต่เอาเข้าจริง การยืนตำแหน่ง 11 ตัวจริงของนักเตะปีศาจแดง เหมือนจะเล่น 3-5-2

โดยแผงหลัง 3 ตัวประกอบไปด้วย : เอริก ไบยี่ – มาร์กอส โรโฮ – มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน

กองกลาง 5 คน คือ : อันโตนิโอ วาเลนเซีย – อันเดร์ เอร์เรร่า – มารูยาน เฟลไลนี่ – ปอล ป็อกบา – แอชลี่ย์ ยัง

แดนหน้า 2 ตัว เป็น : มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด

ในเกมเอฟเอ คัพ กับ เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา โชเซ่ มูรินโญ่ ใช้ระบบปราการหลัง 3 ตัวเช่นกัน และรูปเกมก็สู้กับสิงห์บลูส์ ได้อย่างสูสี เป็นการต่อสู้กันด้วยแท็คติก อย่างไรก็ตาม แผนนั้นต้องชะงักลง เมื่อ อันเดร์ เอร์เรร่า โดนไล่ออกในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก

เข้าใจว่า มูรินโญ่ ยังคงเชื่อมั่นในแท็คติกเดิมของตัวเองที่เคยใช้กับ เชลซี ในเดือนที่เเล้ว จึงตัดสินใจใช้มันอีกครั้งในหนนี้ และก็สัมฤทธิ์ผลตามที่เขาต้องการ

นักเตะปีศาจแดงทุกคนเล่นได้ตามแผนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ วางไว้กับระบบ ”แมน-ทู-แมน” โดยให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ตามประกบ เอแด็น อาซาร์ เหมือนในเกมเอฟเอ คัพ เช่นเดียวกับ ปอล ป็อกบา ที่ปิด เอ็นโกโล่ ก็องเต้

นึกภาพ หากวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เหลือผู้เล่น 10 คน เกมจะออกมาในรูปแบบไหน?

และจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ แท็คติกที่ มูรินโญ่ ใช้ในเกมกับ เชลซี นัดล่าสุด เขาจะนำมาใช้ในแมตช์ใหญ่ ๆ ที่เหลือซีซั่นนี้ กับ ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้ และ อาร์เซนอล หรือไม่?