เจาะไม่เข้า! “เมืองทอง” บุกเจ๊า “บริสเบน รอร์” 0-0 เปิดหัว ACL 2017

 

การแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก กลุ่มอี “บริสเบน รอร์” ทีมอันดับ 3 จากเอลีก ออสเตรเลีย เปิดสนามบริสเบน สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด” แชมป์ไทยลีก

เจ้าถิ่นนำทัพมาโดยสองแนวรุกตัวเก่ง เบร็ตต์ โฮลแมน และ ทอมมี่ ออร์ มีกุนซือ จอห์น อลอยซี่ อดีตกองหน้าทีมชาติออสเตรเลียกุมบังเหียน

ด้าน “กิเลนผยอง” วันนี้ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน ส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนาม นำมาโดย 3 ดาวเตะทีมชาติไทย ธีรศิลป์ แดงดา, ธีราทร บุญมาทัน และ ชนาธิป สรงกระสินธ์

นาทีที่ 14 เมืองทอง ได้ลุ้นก่อน ชนาธิป จ่ายทะลุเข้าเขตโทษ ซิสโก้ ได้ยิงมุมแคบแต่ติดบล็อกกองหลังทีมเยือนออกหลังไป

นาที 20 ธีราทร เปิดเตะมุมจากด้านซ้าย เป็น อดิศร พรหมรักษ์ ได้โฉบเข้ามาโหม่งเสาแรก แต่ เจมี่ ยัง นายด่านเจ้าถิ่นยืนตำแหน่งดีปัดออกไปได้อีก

นาที 41 บริสเบน ได้ลุ้นบ้าง นิโคลัส ดากอสติโน่ หัวหอกดาวรุ่งวัย 18 ปี ได้ชาร์จจ่อๆจากลูกเปิดเข้ามาจากด้านซ้าย ยังดีที่ติดเซฟ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ก่อนบอลกระเด้งไปชนเสาอีกที เมืองทองรอดพ้นการเสียประตูอย่างหวุดหวิด

หมดครึ่งแรก เสมอกันอยู่ 0-0 แบบแชมป์ไทยลีกรูปเกมเหนือกว่านิดๆ

นาที 67 ธีรศิลป์ ได้ยิงไกลนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งเฉียดเสาออกหลังไปนิดเดียวเท่านั้น

ถัดมานาทีเดียว ชนาธิป ตักบอลเข้ากลางประตู ซิสโก้ ได้โหม่งเหน่งๆแต่ก็เบาไปเข้ามือ ยัง เหมือนเดิม

ช่วงเวลาที่เหลือ ยังเป็นทีมเยือนที่รูปเกมดีกว่า ในขณะที่ บริสเบน รอสวนกลับเป็นระยะ แต่ก็ยิงกันไม่ได้

หมดเวลาการแข่งขัน บริสเบน รอร์ เสมอ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไป 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม โปรแกรมนัดต่อไป กิเลนผยองจะได้เล่นในสนามศุภชลาศัยพบ คาชิม่า แอนท์เลอร์ส แชมป์เจลีก ญี่ปุ่น ในวันที่ 28 ก.พ. นี้

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม

บริสเบน รอร์ (ระบบ 4-5-1) : เจมี่ ยัง ; แดน อิงแฮม, คาเมร่อน เครสตานี่, เจด นอร์ธ, แจ็ค อิงเกิร์ต ; จาค็อบ เพ็พเพอร์, เบร็ตต์ โฮลแมน, แบรนดอน บอร์เรลโล่, มานูเอล อาราน่า, ทอมมี่ ออร์ ; นิโคลัส ดากอสติโน่

เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (ระบบ 4-3-3) : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ; ทริสตอง โด, นาโออากิ อาโอยาม่า, อดิศร พรหมรักษ์, ธีราทร บุญมาทัน ; อี โฮ, วัฒนา พลายนุ่ม, ชนาธิป สรงกระสินธ์ ; พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ธีรศิลป์ แดงดา, ซิสโก้

ส.บอลยกเลิกบัตรเข้าชมโซนS “ช้างศึกฟัดซาอุฯ” คัดบอลโลก

 

สมาคมฯ แจ้งยกเลิกผู้ถือบัตรเข้าชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 โซน S บางส่วน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน

ตามที่ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี ได้ลงโทษปรับเงิน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จำนวน 30,000 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 1 ล้านบาท จากกรณีที่แฟนบอลจำนวนหนึ่ง ได้ทำผิดกฏของฝ่ายการจัดการแข่งขัน ในเกมฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2016 รอบชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติไทย และ ทีมชาติอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ทางสมาคมฯ จึงได้ประสานงานไปยัง บริษัท ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ จํากัด ผู้ถือสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายบัตรการแข่งขัน เพื่อขอยกเลิกผู้ที่ถือบัตรเข้าชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 ในอีกสามนัดที่เหลือ ในบริเวณ โซน S รหัสหมายเลข 300826-300876, 300894-300993 และ 301045-301644 ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีการเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้กระทำผิดกฏในการแข่งขันดังกล่าว

ทั้งนี้ผู้ที่ถือบัตรตามรหัสดังกล่าวให้ติดต่อขอรับเงินคืนจาก บริษัท ไทย ทิคเก็ต เมเจอร์ จำกัด ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2560 พร้อมสำเนาบัตรประชาชนและหมายเลขบัญชีธนาคาร โดยทาง บริษัท ไทย ทิคเก็ต เมเจอร์ จำกัด จะโอนเงินคืนภายใน 14 วัน หลังจากที่ผู้ถือบัตรนำบัตรมาคืน สามารถติดต่อข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-262-3456

สำหรับบัตรเข้าชมตามรหัสดังกล่าว สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะจัดสรรให้กับ นักเรียน นักศึกษาที่ต้องการเช้าชมเกมการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่มบี นัดที่ 6 ระหว่างทีมชาติไทย กับ ทีมชาติซาอุดิอาระเบีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2560 เวลา 19.00 น. สามารถส่งหนังสือแสดงความจำนงค์เพื่อรับบัตรเข้าชมได้ที่ E-mail : info@fathailand.org

เลิกลือ! เอเยนต์เผยไม่คุยกับ “มิลาน” หากมาขอยื่นซื้อ “เปเรซ”

 

เฟอร์นันเดซ โลเวลล์  เอเยนต์ส่วนตัวของ ลูคัส เปเรซ กองหน้าจากทีม อาร์เซน่อล ได้เปิดเผยต่อหน้าสื่อเพื่อกลบข่าวลือในเรื่องการย้ายทีมของลูกค้าของเขาด้วยตัวเองแล้ว

โดยดาวเตะชาวสเปนที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในถิ่นเอมิเรตส์ นั้นไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากมายจนทำให้ตอนนี้เขาเป็นคนหนึ่งที่ถูกคาดการว่าจะย้ายออกจากทีมในเร็ววันนี้

และล่าสุดก็มีข่าวระหว่าง เปเรซ กับทีมยักษ์หลับแห่งอิตาลีอย่าง เอซี มิลาน ซึ่งสื่อก็ได้ประโคมหนักเหลือเกินงานนี้มีปิดดีลชัวร์ แต่เนื่องจากเรื่อราวเหล่านี้จะไปรบกวนสมาธิของผู้เล่นได้ เอเยนต์ ของแข้งดังจึงต้องยอมออกมากลบข่าวด้วยตัวเลยทีเดียว

“ลูคัส ยังคงมีสัญญาอยู่กับ อาร์เซนอล และเราจะไม่พูดคุยใด ๆ กับ เอซี มิลาน โดยตรรกะแล้ว หากมีนักเตะคนไหนไม่พอใจที่ถูกดองอยู่ข้างสนามคือสิ่งที่ถูกต้อง แต่นั่นก็เป็นเพราะพวกเขามีความเป็นมืออาชีพสูงนั่นเอง” โลเวลล์ กล่าว

อ้างเฟอร์กี้! “เวนเกอร์” บอกใบ้อาจอยู่คุมปืนต่ออีก 4 ปี

 

อาร์เซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล ได้ให้สัมภาษณ์แบบมีนัยยะสำคัญว่าเขาอาจจะอยู่คุมทีมในถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต่อไปอีกอย่างน้อย 4 ปีก็เป็นได้

โดยเหตุผลที่ กุนซือเลือดน้ำหอมยกมาอ้างนั้นก็ไม่ใช่อะไรเลย หากแต่เป็นเพราะ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั้นเลิกคุมทีมปีศาจแดง ตอนอายุ 71 ซึ่งหาก เวนเกอร์ อั้นไปวางมือเอาในอีก 4 ปีข้างหน้าก็จะเลิกด้วยอายุเท่ากันนั่นเอง

“เฟอร์กูสัน มีเส้นทางการเป็นผู้จัดการทีมที่น่าสนใจมาก และในวันที่วางมือจากตำแหน่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขามีอายุมากกว่าผมอีกนะ” เวนเกอร์ กล่าวก่อนบอกใบ้เป็นนัย ๆ ถึงเรื่องการอยู่ต่อยาว 4 ปี

“เขาเกษียณตัวเองตอนอายุ 71 ส่วนผมปัจจุบันเพิ่ง 67 ดูสิ เฟอร์กี้ แก่กว่าผมตั้ง 4 ปีแน่ะ”

จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้ถามต่อไปว่าเอาจริงหรือไม่กับการคุมทัพปืนใหญ่ต่อไปจนเท่ากับอายุเกษียณของ เซอร์อเล็กซ์ ก็ได้รับคำตอบแบบนิ่ง ๆ ว่า

“ก็ไม่รู้สินะ บางทีอาจมากกว่านั้น หรือบางทีอาจน้อยกว่านั้นก็เป็นได้ ชีวิตคนเราไม่เหมือนกันอยู่แล้ว”

ใครก็อยากได้! สื่อปูด “ผี” ปัดฝุ่นโปรเจ็คยักษ์กระชาก “โครส”

 

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะรื้อโครงการยักษ์ออกมาเดินหน้ากันใหม่อีกครั้งในตลาดซื้อ-ขายหลังจบฤดูกาลนี้ โดยมีเป้าหมายเป็น โทนี โครส ยอดมิดฟิลด์ระดับโลกของ เรอัล มาดริด นั่นเอง

ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อกีฬาชื่อก้องของอังกฤษ รายงานว่า โฆเซ มูรินโญ จะปรึกษากับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด เพื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการทำให้ดีลสะเทือนวงการนี้เป็นจริงขึ้นมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม สื่อดังกล่าวยังได้อ้างเพิ่มเติมอีกว่า เรอัล มาดริด ไม่ต้องการที่จะขายดาวดังวัย 27 ปี คนนี้ออกไปจากถิ่น เบอร์นาบิว เป็นอันขาด เนื่องจากสไตล์การเล่นและฝีเท้าแบบ โครส นั้นไม่สามารถหาใครมาทดแทนได้อีกแล้วในโลกใบนี้ พร้อมปักป้ายแสดงสถานะ “ไม่สามารถขายได้” เอาไว้เลยทีเดียว

ณ เวลานี้ โครส เรียกได้ว่าเป็นมิดฟิลด์ตัวทำเกมแนวลึก (Deep Lying Playmaker) ที่เก่งกาจที่สุดในโลกไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ผ่านยุครุ่งเรืองของ ชาบี อลอนโซ ไป ซึ่งหาก มูรินโญ อยากได้จริง เผลอ ๆ อาจจะได้ทำลายสถิติค่าตัวสูงสุดของโลกอีกครั้งแน่นอน

คนถ่อมตัว! “คอนเต้” ชี้อย่าไปคิดว่าเชลซีจะคว้า “ดับเบิลแชมป์”

 

ณ เวลานี้ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ถือเป็นอีกทีมหนึ่งที่มีโอกาสลุ้นขึ้นเถลิงบัลลังก์แชมป์ได้ถึง 2 รายการในซีซั่น 2016-17 ซึ่งก็คือ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ เอฟเอ คัพ นั่นเอง

โดยปัจจุบันทัพสิงห์บลูนั้นนำโด่งเป็นจ่าฝูงอยู่บนตารางคะแนน จนแทบจะแบเบลอเป็นผู้ชนะได้แล้วหากไม่เกิดหายนะอะไรขึ้นมาแบบเซอร์ไพร์ส ส่วน เอฟเอ คัพ นั้นก็เข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เช่นกัน และถ้าหากผ่าน แมนฯ ยูไนเต็ด ในรอบนี้ได้ หนทางคว้าแชมป์ก็จะสดใสทันที

แต่ทาง อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้เป็นกุนซือ กลับมองว่านี่คือเรื่องที่ไกลตัวเกินไปอยู่ “ด้วยความสัตย์จริงเลยนะ ตอนนี้เราต้องตระหนักเอาไว้ในใจเลยว่าทุกอย่างไม่ง่ายเลยแม้แต่น้อย”

“ถ้าใครบางคนมาบอกว่าทีมของเราได้แชมป์ลีกแน่นอน รวมถึงจะคว้าถ้วย เอฟเอ คัพ มาครอบครองได้อีกใบ อย่าไปเชื่อเขา มันยากมากนะ ใคร ๆ ก็รู้กันอยู่”

“เราแค่ต้องการเดินหน้าไปจบฤดูกาลด้วยการมีถ้วยแชมป์สักใบ ซึ่งทีมก็อยู่ในอันดับที่ดีมากเสียด้วย แต่ก็นะงานหนักรอเราอยู่เพียบเลย”

หงส์อย่าช้า! “ดอร์ทมุนด์” เตรียมปาดหน้าทุ่ม 42.5 ล้านป.ซิว “อินากิ”

 

อินากิ วิลเลียนส์ แข้งแนวรุกของ แอธเลติก บิลเบา ที่ตกเป็นข่าวกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มาก่อนหน้านี้ กำลังจะโดน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยื่นข้อเสนอราว 42.5 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัวไปเสริมทัพในซีซั่นหน้าแล้ว

โดยทาง มาร์กา สื่อกีฬาชั้นนำของ สเปน ได้เปิดเผยข่าวนี้ผ่านทางรายการวิทยุว่า สตาร์วัย 22 ปี เป็นเป้าหมายหลักในการเสริมทัพใหญ่ของ เจ้าเสือเหลือง ในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน

ซึ่งทาง ดอร์ทมุนด์ ของ โธมัส ทูเคิล เองก็อาจจะต้องเสียผู้เล่นดาวดังออกไปหลายคนก็เป็นได้ในซัมเมอร์นี้ โดยเฉพาะ โอบาเมยัง กับ รอยส์ ที่มีแนวโน้มสูง ฉะนั้นแล้ว พวกเขาจึงต้องเริ่มมองหาแข้งฝีเท้าจัด ๆ คนใหม่เข้ามาเติมเต็มโดยด่วน

อย่างไรก็ตาม อินากิ วิลเลียมส์ เองก็เคยแสดงความพึงพอใจที่มีข่าวกับ ลิเวอร์พูล มาแล้ว ซึ่งหากทาง เจอร์เกน คล็อปป์ เดินหน้าปิดดีลอย่างจริงจัง ก็น่าจะมีโอกาสกว่าทาง ดอร์ทมุนด์ ไม่น้อย แต่ปัญหาของ หงส์แดง คือ เม็ดเงินที่จะสู้กับคู่แข่งไม่ได้เท่านั้นแหละ

ดูบอลอิตาลีในแบบ “โรมานิสต้า”

 

อย่างที่เรียนไว้เมื่อคอลัมภ์ที่แล้วว่ายังไงมาเยือนกรุงโรม ประเทศอิตาลี ก็ต้องขอเข้าไปสัมผัสบรรยากาศของฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา สักครั้งในชีวิต ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาขุนพลหมาป่า “โรม่า” เปิดบ้าน “สตาดิโอ โอลิมปิกโก้” ต้อนรับการมเยือนของกระทิงหิน “โตริโน่” อีกทีมจากเมืองตูริน

การเดินทางไปสนามจากบริเวณใจกลางกรุงโรมที่ผมพักอยู่ไปสนาม ค่อนข้างลำบากนิดนึงเพราะขนส่งสาธารณะเพียงอย่างเดียวที่ไปถึงคือ “รถเมล์” เนื่องจากสนามแห่งนี้เป็นสนามเก่าที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1928 เพื่อใช้เป็นสนามกีฬาแห่งชาติในยุคของ “เบนิโต้ มุสโสลินี่” อดีตผู้นำฟาสซิสของอิตาลี อยู่บริเวณเนินเขาออกไปชานเมืองนิดๆทำให้ลมเย็นมากเนื่องจากตั้งอยู่สูง

สนามแห่งนี้นอกจากเป็นสนามที่ “สโมสรโรม่า” ใช้เล่นเกมในบ้านแล้ว ก็ยังมี “สโมสรลาซิโอ” อริร่วมเมืองใช้ด้วย โดยทั้งคู่ใช้สนามแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1953 และก็เล่นแบบสลับโปรแกรม ถ้าสัปดาห์นี้ทีมนึงไปเยือน อีกทีมก็เล่นในบ้านจนถึงปัจจุบัน

สำหรับแฟนบอลของโรม่าหรือที่เรียกว่า “โรมานิสต้า” ยิ่งถ้าเป็นพวก “อัลตร้า” ถือว่าเป็นกลุ่มแฟนบอลอีกทีมที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความเถื่อน ความโหดมาตั้งแต่อดีต ทำให้ในปัจจุบันเจ้าหน้าตำรวจอิตาลีต้องรัดกุมซึ่งการเดินเข้าไปยังสนามในวันที่ทีมแข่ง ต้องใช้เจ้าหน้าตรวจถึง 3 ชั้นด้วยกัน และยังแบ่งทางเข้าของที่นั่งบนอัฒจันทร์ไว้แบบถึงเป็นแฟนโรม่าเหมือนกันก็ไม่มีทางเจอกันเลย ถือว่าเข้มงวดมากกว่าทุกสนามที่เจอมาซะอีก

ผมเดินทางมาถึงสนามก่อนเกมประมาณ 1 ชั่วโมงเพื่อเดินสัมผัสบรรยากาศและซื้อเสื้อฟุตบอลของทีม แต่ต้องพบกับความผิดหวังเพราะนึกได้ว่าที่สนามแห่งนี้ไม่มีร้านเมกกะสโตร์ หรือร้านขายของที่ระลึกของสโมสร เพราะไม่ใช่สนามของ “โรม่า” หรือ “ลาซิโอ” แต่เป็นสนามของเมืองที่ทั้งสองทีมมีสิทธิ์เช่าอยู่ อีกทั้งจุดที่ขายของสโมสรอยู่อีกโซนนึงที่เดินไปไม่ได้ เลย “อดไป” ตามระเบียบ

พอถึงเวลาบอลเตะก็ไม่ทำให้ผิดหวัง “โรม่า” ของกุนซือ “ลูชาโน่ สปาเล็ตติ” เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะจุดแข็งของมิดฟิลด์ในระบบ 3-5-2 ซึ่งมีทั้ง “เลโอนาร์โด้ ปาเรเดส” “เควิน สตูรทมัน” “บรูโน่ เปเรซ” และ “เอเมอร์สัน” ที่สามารถหยุดเกมรุกของขุนพลกระทิงหินได้อยู่หมัด ขณะที่แนวรุก “โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์” เร็วมาก จังหวะที่ทีมสวนกลับมาไม่มีทางจะจับได้ หรือ “รัดย่า เนียงโกลัน” ที่คล่อง เท้าไวมาก บวกกับ “เอดิน เซโก้” ที่แข็งแกร่งและเฉียบคม

จะสงสารก็คงเป็น “โจ อีซี่” (ฮาร์ท) ผู้รักษาประตูของคู่แข่ง ที่โดนไป 4 เม็ด แต่ก็ไม่สงสัยว่าทำไม “แมนฯ ซิตี้” ถึงปล่อยพี่โจให้ “โตริโน่” ยืมตัวแบบไม่เกรงใจดีกรีมือ 1 ทีมชาติอังกฤษ เพราะจุดอ่อนของเจ้าตัวคือ เป็นผู้รักษาประตูที่ค่อนข้างช้า เวลาเจอลูกลักไก่ยิงไกลเข้ามาตายสนิท และเป็นคนที่ออกบอล “แย่มาก” เวลาออกบอลจากประตูแทบไม่สร้างความได้เปรียบให้กับทีมตัวเองเลย

ที่พีคสุดๆคือช่วงท้ายเกมที่ได้เห็น พระราชาแห่งกรุงโรมอย่าง “ฟรานเชสโก้ ต็อตติ” ลงสนาม จริงๆสำหรับคนยุคผมได้เห็นตำนานของทีมในวัย 40 ลงเล่นแบบนี้กับตาถือว่าเป็น “กำไร” แล้วครับ แถมเจ้าตัวยังส่งบอลให้ “เนียงโกลัน” ยิงปิดท้ายอีกต่างหาก น้ำตาจะไหล!!!

ส่วนบรรยากาศในสนามก็เป็นอีกสนามที่สุดยอด โดยเฉพาะแฟนบอลโรม่าที่ส่งเสียงเชียร์ตลอดทั้งเกม ซึ่งตรงที่ผมนั่งไม่ห่างจากแฟนบอลโตริโน่ที่มีเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยยืนคุมอยู่ ทำให้มีการโห่ร้องเกือบตลอด 90 นาที บวกกับการอนุญาตให้ดื่มน้ำอำพันสีทองในสนาม แม้กระทั่งดูดสมุนไพรก็มีให้ได้กลิ่น 555

สุดท้ายการมาดูบอลแบบ “โรมานิสต้า” จบลงด้วยความสุข เจ้าบ้านถล่ม 4-1 พร้อมความประทับใจที่ยอมรับว่า “บอลอิตาลี” ถ้ามาเชียร์ข้างสนาม โค-ตรสนุก บางทีสนุกกว่าที่แอนฟิลด์ของลิเวอร์พูลด้วยซ้ำ ต่างจากการดูในโทรทัศน์อย่างสิ้นเชิง

รางวัลแห่งชีวิต! เมื่อเด็กดาวน์ซินโดรมลงมายิง 3 แต้มให้ทีมชนะช่วงวินาทีสุดท้าย

 

พาไปชมเหตุการณ์ที่ทำเอาหลายคนน้ำตาแตก ของ “โรเบิร์ต ลูอิส” เด็กหนุ่มชั้นมัธยมปลาย ผู้มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการทีมบาสเก็ตบอลของทีมแฟรงคลิน โร้ด อคาเดมี่

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2016 โรเบิร์ต ซึ่งขณะนั้นอายุ 19 ปี เป็นผู้ป่วยเป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม หรือที่เรียกกันว่า ดาวน์ซินโดรม ตั้งแต่กำเนิด

แต่ โรเบิร์ต ไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิต และด้วยใจรักในกีฬาบาสเก็ตบอล แม้สภาพร่างกายไม่อาจสานฝันให้เขาเล่นกีฬายัดห่วงเหมือนเพื่อนๆได้ แต่การได้เป็นผู้จัดการทีมบาสเก็ตบอลของโรงเรียน ได้อยู่ใกล้ๆกับลูกกลมๆสีส้มตลอดเวลา เป็นอะไรที่หล่อเลี้ยงหัวใจเขาได้เป็นอย่างดี

ตลอดการรับตำแหน่งผู้จัดการทีม โรเบิร์ตทุ่มเทเต็มที่ อำนวยความสะดวกให้เพื่อนๆนักกีฬาอย่างสุดความสามารถทั้งงานหนักงานเบา ไม่ว่าจะเป็นคู่ซ้อมให้นักกีฬา, ปัดกวาดเช็ดถู, จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ฯลฯ เขาทำได้ดีไม่แพ้คนปกติ ทำให้เพื่อนๆและคนในโรงเรียนยอมรับเขาว่าเป็น “ส่วนหนึ่งของทีม” อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

จนในที่สุด เหตุการณ์มหัศจรรย์ของชีวิต โรเบิร์ต ลูอิส ก็มาถึง ในเกม Senior night ที่ทีมโรงเรียนแฟรงคลิน โร้ด อคาเดมี่ พบกับ ทีมโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยแนชวิลล์ โรเบิร์ตถูกโค้ชส่งลงไปสัมผัสการแข่งขันช่วงท้ายเกม

ทันทีที่โรเบิร์ตลงในสนาม ผู้ชมต่างพร้อมใจกันตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “Love you Robert!” ตลอดเวลา

โรเบิร์ตได้บอลครั้งแรกขณะยืนอยู่ริมเส้นด้านขวา ตอนนั้น แฟรงคลิน นำ แนชวิลล์ อยู่ 64-61 คะแนน เขาชู้ตหวังทำ 3 แต้มเพื่อให้ทีมทิ้งห่าง แต่น่าเสียดาย มันพลาดเป้า ลูกเบี้ยวไม่สัมผัสแม้แต่ขอบห่วงหรือตาข่าย ท่ามกลางเสียงโห่ร้องเสียดายจากกองเชียร์ทั้งสนาม

แถมหลังจากจังหวะนี้ ทีมแฟรงคลินยังถูกคู่แข่งบุกขึ้นไปยิง 3 คะแนน ตีเสมอเป็น 64-64 แต้มซะอย่างนั้นด้วย!

แฟรงคลินได้บุกครั้งสุดท้าย ขณะนั้นเหลือเวลาอีกแค่ประมาณ 10 วินาที โรเบิร์ตวิ่งไปยืนประจำตำแหน่งเดิม รับลูกจากเพื่อนเหมือนเดิม พร้อมตั้งท่าชู้ตเหมือนเดิม บอลถูกปล่อยออกจากมือโรเบิร์ต…

แต่คราวนี้ผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิม ลูกพุ่งลงห่วงไปอย่างสมบูรณ์แบบ!

สียงเฮดังกึกก้องทั้งสนาม ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นพากันกระโดดโลดเต้นดีใจไปกับ “3 แต้ม” นี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งนักบาสฯทีมแนชวิลล์ ที่เข้ามาแสดงความยินดีกับโรเบิร์ต

ก่อนที่อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน พร้อมชัยชนะของทีมแฟรงคลิน โร้ด ด้วยคะแนน 67-64 แต้ม

ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง เชิญรับชมกันได้จากคลิปด้านล่าง

และแน่นอนว่าภาพความทรงจำทั้งหมดนี้จะอยู่ในหัวใจของ “โรเบิร์ต ลูอิส” ตลอดชีวิตอย่างแน่นอน

ฮือฮา! “เจ้าหนูแดนมังกร” คว่ำ “มาร์ค เซลบี้” มือ 1 สอยคิวโลก

 

หยาน ปิ่นเตา นักแม่นคิวดาวรุ่งจากจีน สร้างชื่อให้ตัวเองได้ชนิดดังเป็นพลุแตก หลังสามารถเอาชนะ มาร์ค เซลบี้ มือหนึ่งของโลกชาวอังกฤษ ลงได้แบบขาดลอย 4-1 ในการแข่งขัน สนุกเกอร์ เวลส์ โอเพ่น 2017

นักสอยคิวแดนมังกร ที่เพิ่งจะฉลองอายุครบ 17 ปี ไปเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลายเป็นที่จับตาทันที หลังสามารถเขี่ยมือ 1 ของโลก และเจ้าของแชมป์โลกปีล่าสุด อย่าง มาร์ค เซลบี้ ตกรอบ 32 คนสุดท้าย ได้แบบเหลือเชื่อ

ซึ่งแม้ล่าสุด หยาน ปิ่นเตา จะกระเด็นตกรอบ 16 คนสุดท้ายในเวลาต่อมา เมื่อพ่ายให้กับ เคิร์ท มาฟลิน จากนอร์เวย์ 4-1 เฟรม แต่ชื่อของเจ้าตัวกลายเป็นที่กล่าวถึงไปเสียแล้ว

ถึงขนาดที่ “เดอะ ร็อคเก็ต” รอนนี่ โอซุลลิแวน เจ้าของแชมป์โลกสอยคิว 5 สมัย ที่ได้เห็นลีลาการออกคิวของเจ้าหนูรายนี้ ยังต้องออกมายกย่องว่า “ในอนาคต หยาน ปิ่นเตา จะเป็นนักแม่นคิวอันดับต้นๆของโลกแน่นอน และจะสามารถคว้าแชมป์รายการสะสมคะแนนได้ไม่ต่ำกว่า 6 รายการแน่นอน”