คลังเก็บรายเดือน: กุมภาพันธ์ 2017

ดูดวงเนื้อคู่ ดูดวงความรักแม่น ๆ จากวันเกิด !

 

ดูดวงเนื้อคู่ ดูดวงความรัก คนที่คุณกำลังคบอยู่จะใช่เนื้อคู่ของคุณหรือไม่ ? มาเช็กดวงเนื้อคู่แม่น ๆ จากวันเกิดของคุณกันเลย…

ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์ วันแห่งความรัก ช่วงนี้ใครที่กำลังอินเลิฟ และอยากจะรู้ว่าคนที่คุณกำลังศึกษาดูใจอยู่จะใช่เนื้อคู่ของคุณหรือไม่ วันนี้กระปุกดอทคอมมีดวงเนื้อคู่แม่น ๆ โดย อ.กิตติญา จากเว็บไซต์ horoworld.com มาฝากกันค่ะ โดยทำนายจากวันเกิดทั้ง 7 วัน เอ้า ! ใครเกิดวันไหน ไปเช็กกันเลย…

ดูดวงเนื้อคู่ คนเกิดวันอาทิตย์

ผู้ชายที่เกิดวันอาทิตย์ : เป็นคนมาดขรึม ท่าทางสุขุมลุ่มลึก ผู้ชายเกิดวันอาทิตย์ค่อนข้างหัวโบราณ ไม่ชอบผู้หญิงที่เปรี้ยว ทันสมัยเกินไป แต่ก็ไม่เฉื่อยแฉะเกินไป จะชอบผู้หญิงรูปร่างสันทัด ความรักที่เจอจะเป็นแบบรักแรกพบ เจอกันส่งสายตาปิ๊งปั๊ง ผู้ชายวันนี้เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ วันพฤหัสบดี วันศุกร์

ผู้หญิงที่เกิดวันอาทิตย์ : เป็นคนที่มีความคิดโลดแล่น รวดเร็ว และใจร้อน มั่นใจในตัวเอง มีความคิดเป็นผู้นำ เนื้อคู่จะเป็นคนรูปร่างใหญ่ หรือสันทัด ผิวค่อนข้างจะคล้ำ หรือไม่ก็ผิวดำแดง สองสี เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันอังคาร วันพุธ

ดูดวงเนื้อคู่ คนเกิดวันจันทร์

ผู้ชายที่เกิดวันจันทร์ : เป็นคนอ่อนน้อม ช่างวิตกกังวล ใจคอโลเล อ่อนไหวง่าย แต่ชอบการต่อสู้แข่งขัน ผู้ชายที่เกิดวันจันทร์มักจะเจ้าชู้ และช่างเลือก จะชอบผู้หญิงที่รูปร่างสันทัด สัดส่วนดี มีรูปทรง ผิวขาว เอาใจเก่ง เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันพฤหัสบดี วันเสาร์

ผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ : เป็นคนมีเสน่ห์ เจ้าอารมณ์ แต่ก็อ่อนหวานด้วยเหมือนกัน มีนิสัยร่าเริง เข้ากับคนอื่นได้ดี มักเลือกผู้ชายที่เป็นสุภาพบุรุษ รูปร่างกำยำ และต้องเอาใจเก่งด้วย เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันพุธ วันเสาร์

ดูดวงเนื้อคู่ คนเกิดวันอังคาร

ผู้ชายที่เกิดวันอังคาร : เป็นคนชอบพูดจาขวานผ่าซาก ใจร้อนวู่วาม และดูเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ เป็นคนโรแมนติก จะชอบผู้หญิงที่อ่อนหวาน นิ่มนวล ผิวสองสี ไม่ดำหรือขาวเกินไป แต่ถ้าผิวดำแดงจะถูกใจเป็นพิเศษ ส่วนรูปร่างไม่สำคัญ เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ วันศุกร์

ผู้หญิงที่เกิดวันอังคาร : เป็นคนรอบรู้ ช่างเจรจา แต่จะเป็นคนดื้อรั้น ไม่ค่อยจะยอมใคร เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันจันทร์ วันศุกร์

ดูดวงเนื้อคู่ คนเกิดวันพุธ

ผู้ชายที่เกิดวันพุธ : เป็นคนช่างคิด ใจกว้าง รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ชอบผู้หญิงที่อ่อนหวาน แต่งตัวทันสมัย มักจะปิ๊งเพื่อนร่วมชั้น หรือเพื่อนที่ทำงาน แรก ๆ อาจไม่ถูกชะตา แต่ต่อไปจะดีขึ้น เห็นน้ำใจกันมากขึ้น เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ วันพุธ

ผู้หญิงที่เกิดวันพุธ : เป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหวง่าย และมีเสน่ห์ จะชอบผู้ชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่ และผิวสองสี หรือผิวดำแดง เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันพุธ วันศุกร์ วันเสาร์

ดูดวงเนื้อคู่ คนเกิดวันพฤหัสบดี

ผู้ชายที่เกิดวันพฤหัสบดี : ชอบเป็นผู้นำ เชื่อมั่นในตนเอง ช่างพูด จริงใจ ชอบผู้หญิงที่ค่อนข้างเรียบร้อย ไม่จำเป็นต้องสวยเลิศเลอนัก แต่ต้องมีมนุษยสัมพันธ์ดี ชอบผู้หญิงผิวขาว โดยเฉพาะรูปร่างอวบ ๆ จะถูกใจมาก เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันพฤหัสบดี วันศุกร์

ผู้หญิงที่เกิดวันพฤหัสบดี : เป็นคนถือตัว บางทีอาจดูเหมือนหยิ่ง แต่ก็ชอบช่วยเหลือคนอื่น มักจะมองผู้ชายที่สุภาพ นุ่มนวล มีความรู้ มีเกียรติ แต่ถ้าเพื่อน ๆ ที่ออกจะธรรมดา ๆ อาจจะไม่ถูกใจเธอ เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันจันทร์ วันพฤหัสบดี วันเสาร์

ดูดวงเนื้อคู่ คนเกิดวันศุกร์

ผู้ชายที่เกิดวันศุกร์ : เป็นคนฉลาด พูดจามีเสน่ห์ แต่อารมณ์ร้อน โกรธง่ายแต่หายเร็ว ชอบผู้หญิงที่เรียบร้อย ไม่ช่างพูดจนเกินไปและต้องใจเย็น ทนอารมณ์แปรปรวนของเขาได้ เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันอังคาร วันเสาร์

ผู้หญิงที่เกิดวันศุกร์ : เป็นคนพูดจาอ่อนหวาน รักสวยรักงาม พูดจาตรงไปตรงมา เป็นคนมีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มักชอบผู้ชายที่มาดขรึม และสุภาพ เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันอังคาร วันพฤหัสบดี และวันอาทิตย์

ดูดวงเนื้อคู่ คนเกิดวันเสาร์

ผู้ชายที่เกิดวันเสาร์ : เป็นคนเด็ดเดี่ยว แต่หูเบา เชื่อคนง่าย ชอบผู้หญิงรูปร่างสเลนเดอร์ สูงโปร่ง ผิวขาว มีเสน่ห์ที่ดวงตาและการพูดจา เหมาะกับผู้หญิงที่เกิดวันจันทร์ วันพฤหัสบดี และวันศุกร์

ผู้หญิงที่เกิดวันเสาร์ : เป็นคนหัวรั้น ไม่ค่อยยอมใคร และแคร์ใคร มักจะปิ๊งแบบปุบปับฉับพลัน มากกว่ามองกันนาน ๆ จะชอบคนที่ผิวค่อนข้างขาวมากกว่าคนผิวดำ เหมาะกับผู้ชายที่เกิดวันพฤหัสบดี

ดอกไม้ 12 ชนิด กับ 12 ราศี มาดูกันว่าคุณเป็นดอกอะไร

 

จากการสังเกตสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติค่ะ และการพิจารณาองค์ความรู้เกี่ยวกับจักรราศี ผู้พยากรณ์มีความเห็นว่า เราสามารถเปรียบเทียบ 12 ราศีได้กับดอกไม้ 12 ชนิดด้วยนะคะ

มาดูกันว่า ราศีของคุณจะสัมพันธ์เชื่อมโยงกับดอกอะไร

สิ่งสำคัญอยู่ที่การทำความรู้จักดอกไม้ ไปพร้อม ๆ กับการทำความรู้จักตัวเอง ทั้งภายนอก ภายใน ลองมาสำรวจกันค่ะ ว่าคุณน่ะใช่ “ดอกนั้น” หรือเปล่า

ดอกไม้ประจำราศีเมษ (13 เม.ย. – 13 พ.ค. หรือลัคนาสถิต)

ดอกงิ้วแดง

เรื่องราวและเหตุผล

งิ้วแดงเป็นไม้ยืนต้นที่สูงสง่า ตามต้นมีหนามแหลม แผ่กิ่งก้านออกไปรอบตัว ออกดอกในฤดูหนาว เมื่อออกดอกจะมีสีแดงเพลิงไปทั้งต้น กล่าวกันว่าปีไหนหนาวจัดดอกจะมีสีแดงเป็นพิเศษ สภาพดอกขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม มีประโยชน์ทางสมุนไพร ไส้เกสรนำไปตากแห้งปรุงเป็นอาหารได้

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานมีคำว่า “หนาวดอกงิ้ว” หมายถึงระยะเวลาที่ต้นงิ้วออกดอก ประมาณเดือนยี่ อากาศเย็นกว่าธรรมดา โดยอ้างถึงนิราศพระประธมของสุนทรภู่ ตอนหนึ่งว่า “น้ำค้างพรมลมเฉื่อยเรื่อยเรื่อยริ้ว หนาวดอกงิ้วงิ้วออกดอกไสว”

นอกจากนั้นแล้ว งิ้วยังเป็นต้นไม้ในตำนาน เป็นพิมานของพญาครุฑในป่าหิมพานต์ ในชื่อเรียก สิมพลีหรือ ฉิมพลี เป็นที่มาของคำว่า วิมานฉิมพลี ส่วนสำนวน “ปีนต้นงิ้ว” อันเกี่ยวข้องกับการประพฤติผิดในกาม มีที่มาจากหนังสือไตรภูมิกถาหรือไตรภูมิพระร่วง ตอนที่กล่าวถึงอบายภูมิ

“ต้นงิ้วนั้นต้นสูงได้ต้นแลโยชน์ แลหนามงิ้วนั้นเทียรย่อมเหล็กแดงเป็นเปลวลุกอยู่ แลหนามงิ้วนั้น ยาวได้ 10 นิ้วมือ เป็นเปลวไฟลุกอยู่บ่ห่อนจะรู้ดับสักคาบแล… ฝูงยมบาลก็เอาหอกดาบหลาวแหลนอันคมเทียรย่อมเหล็กแดงแทงตีนผู้ชาย จำให้ขึ้นไปหาผู้หญิงว่าชู้สูอยู่บนปลายงิ้วโพ้น”

ดังนั้น ดอกงิ้วแดงจึงสัมพันธ์ได้กับราศีเมษ (ธาตุไฟ ราศีแห่งความกล้าแข็ง สีต้องโฉลกแก่ราศีคือ สีแดง สีแสด)

หรือเทียบได้กับเรือนที่ 1 (เรือนลัคนา) ของจักรราศี หมายถึง ตัวตนเจ้าชะตา, ชีวิต, บุคลิกภาพ, อุปนิสัย, พฤติกรรม, เรื่องส่วนตัว ฯลฯ

ความเป็นดอกของคุณ

คุณเป็นคนโอ่อ่าผ่าเผย มีนิสัยยอมหักไม่ยอมงอ ใจร้อน รักความก้าวหน้า ยิ้มยาก บางคนอาจได้ยินเสียงสรรเสริญบ่อย ๆ ว่า “หัวแข็ง !” การกระทำหลายอย่างขึ้นอยู่กับสภาวะอารมณ์เป็นใหญ่ บทจะดีมีเมตตา มีน้ำอดน้ำทนก็มีได้สุด ๆ แต่บทจะเล่นเป็นยักษ์เป็นมาร ใครอย่าขวางเชียว ถึงไหนถึงกัน

เรื่องราวและเหตุผล

ทองหลางถือเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของไทย เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ใบมีลวดลายสวยงาม ดอกมีสีแดง นิยมปลูกตามบ้านเรือนเพราะเชื่อว่าให้คุณด้านโชคลาภ ทรัพย์สิน มักใช้ในพิธีกรรมสำคัญเกี่ยวกับบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เช่น วางศิลาฤกษ์ ปลูกบ้าน ขึ้นบ้านใหม่ หรือในพิธีมงคลสมรส อีกชื่อเรียกว่า “ประวาลพฤกษ์” หรือ “ปาริชาติ” เชื่อว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ในสรวงสวรรค์สมัยพุทธกาล

ในพระไตรปิฎก มีกล่าวถึงดอกทองหลางใน อรรถกถายมกปาฏิหีรญาณนิทเทส ว่าเมื่อพระตถาคตทรงทำยมกปาฏิหาริย์

“รัศมีสีแดงย่อมซ่านออกจากพระมังสะแลพระโลหิตและจากที่สีแดงแห่งพระเนตร, ด้วยอำนาจแห่งรัศมีสีแดง ทิศาภาคย่อมรุ่งโรจน์ดุจย้อมด้วยผงชาด ดุจหลั่งออกซึ่งน้ำสีครั่งที่สุกปลั่ง ดุจวงด้วยผ้ากัมพลสีแดง และเกลื่อนกลาดไปด้วยดอกไม้สีแดง คือดอกชัยพฤกษ์ ดอกทองหลางและดอกชบา” ใบ เปลือก ราก มีสรรพคุณทางยา ปรุงเป็นสมุนไพรขับพิษขับลม ใบอ่อนใช้รับประทานได้

เมื่อเทียบความหมาย จึงสัมพันธ์ได้อย่างมากกับราศีพฤษภ (ธาตุดิน ราศีแห่งความมั่นคง สีประจำราศีคือ สีเขียว เขียวอ่อน สีไพล)

หรือเทียบได้กับเรือนที่ 2 (กดุมภะ) ของจักรราศี  หมายถึง การเงิน, ทรัพย์สิน, ฐานะ, รายได้, สิ่งที่เพิ่มเข้ามา

ความเป็นดอกของคุณ

คุณมักจะดูเป็นคนมีฐานะ หรือมีภาพลักษณ์สุภาพนุ่มนวล ใจเย็น เป็นสุภาพบุรุษหรือสุภาพสตรี มีระเบียบแบบแผนที่ยึดมั่นเหนียวแน่น ชอบแต่งกายด้วยเสื้อผ้าตามแบบสมัยนิยม เคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่มีความเป็นมิตรสูง พูดจาไพเราะ

เรื่องราวและเหตุผล

พะยอม หรือพยอม เป็นพรรณไม้ไทยอีกชนิดที่มีลำต้นสูงสง่า ช่อดอกสีเหลืองอ่อน แต่บางครั้งเมื่อมองระยะไกลอาจเห็นเป็นสีขาวอมเขียวได้ ส่งกลิ่นหอมชื่นใจ เป็นไม้มงคลที่นิยมปลูกตามชื่อคล้องคำว่า ยินยอม อันมีนัยถึงการตกลง การรอมชอม การประสานงานที่ราบรื่น (ในภาษาถิ่นบางครั้งเรียก คะยอม)

เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ความรักที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อพระราชชายาชาวเชียงใหม่ ด้วยทรงโปรดเกล้าฯ ปลูกต้นพะยอมที่สวนข้างตำหนักเจ้าดารารัศมี และปลูกสำรองอีกที่ข้างพระตำหนักสวนดุสิต ดังทรงมีพระราชหัตถเลขาส่วนพระองค์ในเวลาต่อมาว่า

“จะบอกข่าวที่ควรจะยินดีอย่างหนึ่ง ต้นพยอมที่ไปปลูกเรือนนางดาราออกดอกแล้ว นึกว่าแผ่นดินพระจุลจอมเกล้าจะไม่ได้เห็นดอกพยอม ก็มาได้เห็นเช่นนี้จะว่ากระไร สงสัยว่าต้นอื่นจะออกเหมือนกัน”

ตรงกันกับราศีเมถุน (ธาตุลม ราศีคนคู่ สีประจำราศีคือ เหลืองอมเขียว สีม่วง สีม่วงคราม)

หรือเทียบได้กับเรือนที่ 3 (สหัชชะ)  ของจักรราศี หมายถึง เพื่อน, สังคม, การติดต่อนัดหมาย, ความร่วมมือ, การสื่อสาร, การเดินทางใกล้ ฯลฯ

ความเป็นดอกของคุณ

คุณเป็นคนที่ดูมีความขัดแย้งในตัวเองทีเดียว ด้านหนึ่งดูปราดเปรียว เจ้าชู้ อ่อนไหว แต่อีกด้านอาจดูหมกมุ่น มีโลกส่วนตัว ไม่ชอบการอยู่ลำพัง มีความสนใจที่หลากหลาย แต่ที่โดดเด่นอย่างหนึ่งคือการสื่อสาร คุณมีทักษะในด้านนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะพูด อ่าน เขียน มักเรียกความทึ่งและชื่นชมจากคนอื่นได้ดี

เรื่องราวและเหตุผล

มะลิ เป็นดอกไม้ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย เป็นสัญลักษณ์ของความสะอาด หอม ร่มเย็น ถูกใช้มากที่สุดในงานมงคล ร้อยมาลัย ไหว้พระ ปรุงเอากลิ่นหอม เป็นเครื่องหมายของความรักและระลึกถึงระหว่างบุตรกับมารดา นิยมปลูกตามบ้านเพื่อเอาเคล็ดนำความชุ่มชื่นบริสุทธิ์ใจมาให้ เชื่อกันว่าหากสุภาพสตรีสูงวัยเป็นผู้ลงมือปลูกจะให้ความเป็นสิริมงคลยั่งยืนนาน

ในคัมภีร์สุมังคลวิลาสินี กล่าวถึงสีของพระบรมสารีริกธาตุชนิด วิปฺปกิณฺณา ธาตุ (ส่วนต่าง ๆ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มิได้คงรูปร่างอยู่เป็นชิ้น) ว่าทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดอกมะลิตูม สีแก้วมุกดา และสีผงทองคำ

นอกจากนี้ ดอกมะลิยังเป็นไม้ประจำองค์พระนารายณ์ ใช้ในการสรงสนานแสดงความคารวะ ถือว่าเกี่ยวพันกับพื้นฐานชีวิต การถือกำเนิด ดังมีตำนานว่าพระนารายณ์ ซึ่งแปลว่า ผู้กระดิกในน้ำ (ถูกสร้างในน้ำ, อยู่ในน้ำ) เป็นนามหนึ่งของพระพรหมผู้สร้างโลก (น้ำเป็นองค์ประกอบสำคัญในการถือกำเนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง)

จึงตรงกับราศีกรกฎ (ธาตุน้ำ ราศีแห่งความงาม ความเย็น สีประจำราศีคือ สีขาว เขียวปนขาว สีเงิน)

หรือเทียบได้กับเรือนที่ 4 (พันธุ) ของจักรราศี หมายถึง ญาติพี่น้อง, วงศ์ตระกูล, อสังหาริมทรัพย์, ยานพาหนะ, มารดา ฯลฯ

ความเป็นดอกของคุณ

หากเป็นหญิงคุณก็จะเป็นคนที่มีเสน่ห์ สุภาพ อ่อนน้อม มีบุคลิกแบบสาวไทยโบราณนิดๆ แต่หากเป็นชาย คุณจะเป็นคนยิ้มง่าย ดูไร้พิษสง (แต่จริงๆ มีหรือไม่อีกเรื่องนึง) รักบ้าน รักครอบครัว ผูกพันกับญาติ แต่อีกด้านเป็นพวกช่างจดช่างจำ อารมณ์อ่อนไหว ชอบกินน้ำเย็น
ทานตะวันมีบางชื่อเรียกว่าบัวทอง หรือชอนตะวัน เป็นไม้ล้มลุกขนาดค่อนข้างใหญ่ กลีบดอกสีเหลืองเจิดจ้า มีประโยชน์ทางสมุนไพร เมล็ดรับประทานเป็นของว่างได้ เป็นต้นไม้ที่หันหาแสงอาทิตย์

ในอเมริกาเหนือมีประเพณีของคนพื้นเมือง นำเมล็ดดอกทานตะวันวางไว้บนหลุมฝังศพเพื่อเป็นอาหารในระหว่างการเดินทางของคนตาย ซึ่งในอีกหลายประเทศเชื่อว่าความตายคือการหมุนเวียนของฤดูกาล ก่อนเริ่มชีวิตใหม่

ในเทพนิยายกรีกมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับนางไม้ที่หลงรักเทพแห่งแสงอาทิตย์ เฝ้ามองเขาทุกวันจนเส้นผมกลายเป็นกลีบดอกสีเหลือง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นดอกไม้ เป็นที่มาของชื่อวิทยาศาสตร์ของดอกทานตะวัน Helianthus เป็นคำผสม helios ที่แปลว่าดวงอาทิตย์ กับคำว่า anthos ที่แปลว่า ดอกไม้

ความหมายตรงกันได้กับราศีสิงห์ (ธาตุไฟ ราศีแห่งความสง่า ความเบิกบาน เกียรติยศ สีประจำราศีคือ สีเหลือง สีส้ม สีทอง)

หรือเทียบได้กับเรือนที่ 5 (ปุตตะ)  ของจักรราศี หมายถึง เด็ก, บุตรหลาน, บริวาร, สิ่งที่เกิดใหม่, การเริ่มต้น, ความเบิกบานสนุกสนาน ฯลฯ

ความเป็นดอกของคุณ

คุณเป็นคนมีนิสัยเหมือนเด็ก เหมือนลูกหมา ร่าเริง ซน เข้ากับคนง่าย ขี้อวดขี้โม้หน่อยๆ บางคนที่เปิดได้ไพ่ใบนี้ชอบการละเล่นและงานอดิเรกกว่าอื่นใด ชอบความเบิกบานใจ เคลื่อนไหวแคล่วคล่อง มีเพื่อนเยอะ คนรู้จักแยะ และจะไม่สบายใจเลยถ้าไม่มีเงินมากพอในกระเป๋า

สลัดไดเป็นพืชหน้าตาเหมือนตะบองเพชร ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีกิ่งก้านเป็นสามเหลี่ยมและสี่เหลี่ยม มีหนามแหลมรอบ ดอกสีเหลืองเล็ก ๆ  ในลำต้นมียางขาวขุ่นเป็นพิษ ในบางถิ่นนิยมใช้เป็นยากัดหูดซึ่งต่อมาถูกห้ามใช้ เพราะมีงานวิจัยพบว่ามีสารร่วมก่อมะเร็งในน้ำยาง หากสัมผัสกับผิวหนัง ทำให้ระคายเคืองเกิดผื่นคันได้

ในคัมภีร์อภัยสันตา ซึ่งเป็นพระคัมภีร์สำคัญในวิชาเวชกรรมไทย มีวิธีปรุงยาด้วยสลัดได 2 ตำรับ คือยาพอกนิ้วเท้าใหญ่ “เอาสลัดได ขมิ้นอ้อย กระเทียมครึ่งหัวบดพอกทั้งกลางวันแลกลางคืน” และ ยารม “เอาตรีกะฏุก กระเทียม เอาสิ่งละ ๑ บาท มหาหิงคุ์ ๔ บาท บดด้วยยางสลัดไดปั้นแท่ง  ยางสลัดไดทาฝ่าเท้า แล้วลมด้วยถ่านไม้สะแก แล้วกินยาต่อไป”

ในวรรณคดีไทยเรื่อง อิเหนา มีความตอนหนึ่งว่า “กระลุมพู่จู่จับกระลำพัก เขาไฟไข่ฟักฟุบอยู่” ในที่นี้ หมายถึงแก่นแข็งภายในต้นสลัดได จะได้มาเมื่อต้นแก่จัด อายุ 10 ปีขึ้นไปตายลง เหลือแก่นแข็งเหมือนไม้แห้งสีน้ำตาล รสขม หอม ส่วนนี้เรียกว่า กะลำพัก หรือ กระลำพัก นำมาใช้เป็นยาในแพทย์แผนไทย

เทียบความหมาย จึงแทนค่าให้กับราศีกันย์ (ธาตุดิน ราศีแห่งการบริการ การรับใช้ สีประจำราศีคือ สีเขียว สีเทาอ่อน สีเหลืองดิน)

หรือเทียบได้กับเรือนที่ 6 (อริ)  ของจักรราศี หมายถึง อุปสรรค ข้อขัดแย้ง สิ่งกีดขวาง ปัญหา การเสียก่อนการได้ฯลฯ

เผยความลับ ! 8 เบื้องหลังของโชว์มายากลที่เป็นที่นิยมตลอดกาล

 

พบกับเคล็ดลับเบื้องหลังความสำเร็จของบรรดานักเล่นกลกับความจริงในการแสดงมายากลที่พวกเขาแอบซ่อนเอาไว้ไม่ให้คุณรู้

ความสามารถของนักมายากลในการแสดงกลต่าง ๆ ได้สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับผู้ชมอย่างเรา ๆ มานักต่อนัก และชวนให้สงสัยเสียจริง ๆ ว่า เขาทำแบบนั้นได้อย่างไรนะ วันนี้กระปุกดอทคอมเลยขอหยิบความลับเบื้องหลังการแสดงอันแสนน่าทึ่ง จาก 8 โชว์มายากลยอดนิยมมาเปิดเผยให้ทุกคนได้รู้กันสักทีว่า แต่ละโชว์ที่นักมายากลแสดงออกมา ใช้เทคนิคพิเศษอะไรลวงตาพวกเรากันบ้าง
โชว์ที่ 1 : ความลับของกลดึงกระต่ายออกมาจากหมวก

กลชุดนี้นักมายากลจะแสดงโดยการนำหมวกปีกทรงสูงมาเปิดให้คนดูเห็นถึงความว่างเปล่าภายในหมวก จากนั้นคว่ำหมวกลงแล้วเปิดมันอีกครั้งพร้อมกับล้วงมือไปหยิบเจ้ากระต่ายน้อยแสนปุกปุยขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์  แล้วกระต่ายโผล่มาจากไหนกันนะ ?

เทคนิคนั้นไม่ยากเลย โดยก่อนการแสดงโชว์นั้นนักมายากลจะเตรียมโต๊ะที่มีผ้าคลุมขนาดใหญ่คลุมอยู่ จากนั้นก็จะทำถุงผ้าสักหลาดสีดำเพื่อเอาไว้ใส่เจ้ากระต่ายน้อย แล้วแขวนห้อยไว้กับตะขอมุมโต๊ะซึ่งผ้าบังอยู่ พอถึงเวลาแสดงจังหวะนี้ต้องอาศัยความเร็วหยิบถุงกระต่ายเข้ามาไว้ในหมวกขณะที่คว่ำหมวกลง พอเปิดออกมากระต่ายก็เข้ามาอยู่ในหมวกเรียบร้อยแล้ว

โชว์ที่ 2 : กลเสกควันออกจากนิ้ว

กลเสกควันออกนิ้ว นักมายากลจะถูนิ้วชี้และนิ้วโป้งเข้าด้วยกันเบา ๆ หลังจากนั้นจะพบว่าควันค่อย ๆ โชยขึ้นออกมาจากนิ้วมือของเขาอย่างช้า ๆ และกุญแจหลักสำคัญที่ทำให้มายากลชุดนี้ประสบความสำเร็จได้ก็คือ แถบที่จุดไฟด้านข้างของกลักไม้ขีดไฟ โดยนักมายากลจะนำแถบที่ว่านี้มาเผาไหม้จนเหลือแต่สารตกตะกอน นั่นก็คือฟอสฟอรัสซึ่งมีคุณสมบัติในการติดไฟได้ แล้วหยิบมาถู ๆ ระหว่างนิ้วทั้งสองจนเกิดออกมาเป็นควันอย่างที่เห็น

โชว์ที่ 3 : กลงอช้อน

มายากลการงอช้อนนับว่าเป็นโชว์เบสิกพื้นฐานของนักมายากลส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ โดยจะแสดงการงอช้อนให้ผู้ชมเห็นกันจะจะ แต่ขณะเดียวกันก็จะพบว่าช้อนที่เพิ่งถูกงอไปนั้นกลับมาตรงแบบเดิมได้อย่างน่าประหลาดใจ และตัวช่วยของกลชุดนี้ก็คือ เหรียญเงินหรือเหรียญบาท เวลาเเสดงโชว์นักมายากลจะแอบซ่อนเหรียญไว้กลางฝ่ามือขณะถือช้อนเอาไว้ จากนั้นค่อย ๆ เขยิบเอาเหรียญมาไว้ตรงปลาย ทำทีว่าเป็นด้ามช้อนแล้วกดหัวช้อนลง ให้ดูคล้ายกับว่าช้อนกำลังงอเพราะด้ามที่นำเอาเหรียญมาหลอกตาคนดู

โชว์ที่ 4 : กลหญิงสาวลอยตัว

การแสดงกลชุดนี้จะมีหญิงสาวคนหนึ่งในชุดกระโปรงยาวกำลังนอนลอยตัวอยู่ โดยที่นักมายากลจะนำห่วงขนาดใหญ่มาลอดผ่านตัวหญิงสาวซ้ำ ๆ ไปมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นและพิสูจน์ว่าไม่มีอะไรค้ำยันเอาไว้ แต่ความจริงก็คือนักมายากลได้เตรียมเครื่องยกกลไกลพิเศษที่เชื่อมติดอยู่กับไม้เท้าของเขา ซึ่งถูกกระโปรงยาวของหญิงสาวปกปิดเอาไว้

โชว์ที่ 5 : กลแยกส่วนกับความลับของกล่องพิศวง

มายากลชุดนี้เป็นการแสดงโดยใช้กล่องแยกร่างกายมนุษย์ตัวเป็น ๆ ออกเป็นสัดส่วนสลับกันไปดังภาพประกอบที่เห็น โดยระหว่างแสดงกลนั้นนักมายากลจะเอากล่องมาสลับสับเปลี่ยน จากนั้นจะทำการเปิดกล่อง ซึ่งภาพที่ผู้ชมได้เห็นก็คือร่างกายของหญิงสาวนั้นได้ถูกแบ่งออกเป็นท่อน ๆ ได้แก่ ส่วนหัว ส่วนอก ส่วนเอว และส่วนขาสลับกันไปมาซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับบรรดาผู้ชมอย่างมาก

เทคนิคเบื้องหลังกลลวงนี้คือ นักมายากลจะใช้กล่องทรงสูงขนาด 35 เซนติเมตร จำนวน 3-4 ใบ มาเรียงซ้อนกันบนฐานล้อเลื่อนขนาด 20 เซนติเมตร จากนั้นหญิงสาวผู้ช่วยจะเข้าไปในกล่องชั้นล่างสุดซึ่งจะยืนอยู่บนฐานล้อเลื่อนที่มีช่องลับซ่อนเอาไว้พอดีและโผล่ออกมาให้เห็นเพียงส่วนศีรษะเท่านั้น ส่วนกล่อง 3 ใบที่วางซ้อนอยู่ด้านบนจะมีประตูพิเศษอยู่สองบาน ประตูแรกเป็นของจริงเอาไว้เปิดให้ดูระหว่างที่หญิงสาวกำลังเข้าไป กับอีกประตูหนึ่งเป็นบานหลอกเมื่อเปิดไปแล้วจะพบกับกับหุ่นปลอม ๆ ที่มีรูปร่างและการแต่งตัวเหมือนหญิงสาวตัวจริงทุกประการ ทำให้เห็นเหมือนกับว่าหญิงสาวถูกแยกชิ้นส่วนนั่นเอง

แฝด 3 ต่างรุ่น.. คุณแม่พา 2 ลูกสาวมาถ่ายภาพเซตเหมือนชวนฮา เห็นแล้วยิ้มตามเลย

 

คุณแม่ชาวอังกฤษปิ๊งไอเดียพาลูกสาว 2 คนมาถ่ายภาพเซตแฝด 3 ต่างรุ่น ในแบบฉบับน่ารักปนฮา ถอดแบบกันมาเป๊ะเลยนะเนี่ย

โดมินิค คุณแม่ชาวอังกฤษรายนี้ ชื่นชอบการถ่ายภาพไลฟ์สไตล์ลงอินสตาแกรมส่วนตัวของเธอที่ชื่อว่า allthatisshe กระทั่งวันหนึ่งเธอเกิดปิ๊งไอเดียได้ให้อมีเลียและเพนนี ลูกสาว 2 คน แต่งตัวให้เหมือนกันกับเธอ แล้วพามาถ่ายภาพเซตแฝด 3 ต่างรุ่น ซึ่งภาพที่ออกมานั้นให้ความรู้สึกทั้งน่ารักและอบอุ่น จนกลายเป็นที่ถูกอกถูกใจชาวโลกโซเชียลเป็นอย่างมากเลยทีเดียว โดยณะนี้มีผู้ติดตามอินสตาแกรมของเธอมากถึง 8 หมื่นฟอลโลเวอร์

เว็บไซต์ Bored Pandaนำภาพและเรื่องราวความน่ารักชวนยิ้มนี้มาเสนอให้ได้ชม โดยคุณแม่โดมินิค เล่าว่า เริ่มตั้งแต่เมื่อปี 2558 เธอได้ลาออกจากงานมาดูแลลูกสาวทั้งสองคนแบบเต็มตัว ซึ่งตั้งแต่นั้นมาไม่มีครั้งไหนเลยที่เธอรู้สึกว่าเธอตัดสินใจผิด แม้จะมีบางครั้งที่เธอรู้สึกเหงา ๆ บ้างระหว่างการดูแลลูก ๆ เธอก็มักจะใช้อินสตาแกรมเป็นตัวช่วย

สำหรับภาพภาพเซตแฝด 3 ต่างรุ่น ที่โดมินิคมักจะชอบโพสต์ลงอินสตาแกรมนั้น เริ่มต้นมาจากความบังเอิญในเช้าวันหนึ่ง เธอเลือกชุดให้ตัวเองและเพนนีเป็นเสื้อลายขวางเหมือนกันโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นอมีเลียลูกสาวคนโตก็ใส่เสื้อลายขวางออกมาจากห้องนอนเหมือนกัน เธอและลูก ๆ ต่างกันหัวเราะชอบใจ และเธอก็เกิดความคิดอยากแชร์เรื่องตลก ๆ นี้ให้ชาวโซเชียลได้ชมเช่นกัน จากนั้นมาเธอก็มักจะพาลูก ๆ มาแต่งตัวเหมือนกันลงอินสตาแกรมอยู่บ่อย ๆ จนผู้ติดตามหลาย ๆ คนต่างชื่นชมเธอว่าเป็นคุณแม่ที่น่ารักมาก

“รางวัลชิ้นใหญ่ที่สุดของเธอในฐานะแม่นั้น คือการได้เห็นลูก ๆ เติบโตขึ้นอย่างฉลาดและตลกขำขันไปในเวลาเดียวกัน ได้สนุนสนานในแบบที่พวกเธอเป็น ในทุก ๆ วันอมีเลียและเพนนีมักจะมีเรื่องมาให้เธอได้อัศจรรย์ใจอยู่ตลอด”  โดมินิค กล่าว

ชีวิตดีกับ 6 วิธีเลือกช่องคิวจ่ายเงินที่ซูเปอร์มาร์เกตอย่างไรให้ไวที่สุด

 
ผลวิจัยเผย สุดยอดวิธีการเลือกแถวจ่ายเงินอย่างไรให้เร็วที่สุด ที่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและลดปัญหาการต่อคิวอันแสนน่าเบื่อได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ปัญหาที่ใครหลาย ๆ คนมักเจอและรู้สึกเบื่อหน่ายอย่างมากเวลาไปช้อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เกตก็คือ การรอคิวจ่ายเงินนั่นเอง ซึ่งช่วงเวลาที่สินค้าลดราคาหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ว่าเคาน์เตอร์คิดเงินช่องไหน ๆ ก็เต็ม ยิ่งชั่วโมงที่เราเร่งรีบมาก ๆ ด้วยนั้นพูดได้คำเดียวเลยว่า “เซ็งไปอีก”
แต่ปัญหากวนใจเหล่านี้กำลังจะหมดไป เพราะว่าวันนี้เราจะมานำเสนอสุดยอดวิธีการเลือกช่องคิวที่จะช่วยให้การเข้าแถวจ่ายเงินของคุณนั้นรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งแต่ละข้อนั้นเป็นผลงานการวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญมากมายจากประเทศสหรัฐอเมริกา เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีวิธีอะไรให้ทำตามกันบ้าง

1. เลือกแถวสั้นที่มีของเยอะดีกว่าแถวยาวแต่ของน้อย

อาจฟังดูขัด ๆ เพราะคนส่วนใหญ่มักจะเลือกต่อแถวที่คนเยอะของน้อย มากกว่าแถวที่คนน้อยแต่ของเต็มรถเข็น ซึ่งนั่นเป็นการเลือกที่ผิด เพราะอ้างอิงจากอาจารย์คณิตศาสตร์พบว่า แถวที่ซื้อของน้อยเหมือนจะดูเร็วกว่าก็จริง แต่ว่าแคชเชียร์นั้นต้องเสียเวลากับการทักทาย คิดเงิน เอาของใส่ถุง และขอบคุณ โดยเฉลี่ยแล้วใช้เวลา 41 วินาทีต่อลูกค้าหนึ่งคน แต่การสแกนบาร์โค้ดสินค้าแต่ละชิ้นใช้เวลาเพียง 3 วินาทีเท่านั้น

นั่นหมายความว่า ถ้าลูกค้าก่อนหน้าเรามีของ 100 ชิ้น เราจะใช้เวลา 6 นาทีในการรอ กลับกันหากเราไปต่อแถวคน 4 คน ซึ่งมีของอยู่คนละ 20 ชิ้น เราจะต้องเสียเวลาในการรอเกือบ ๆ 7 นาทีเลยทีเดียว

2. เลือกเข้าคิวทางฝั่งซ้ายเข้าไว้

คนส่วนมากนั้นถนัดมือขวา ส่งผลให้เวลาเลือกต่อแถวจึงมีแนวโน้มที่จะเอนไปทางช่องคิวด้านขวาก่อนเสมอ ฉะนั้นเวลาเลือกต่อแถวครั้งหน้าควรมุ่งไปทางฝั่งซ้ายก่อนเลยรับรองคนน้อยกว่าแน่นอน

3. เลือกแคชเชียร์ที่เป็นผู้หญิง

จากการสังเกตการณ์พบว่า แคชเชียร์ที่เป็นผู้หญิงนั้นจะคิดเงินคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพมากกว่าผู้ชาย แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงแคชเชียร์ที่ดูอัธยาศัยดีเพราะหล่อนจะชวนเราคุยเยอะจนเสียเวลามากเกินไปนั่นเอง

4. เลือกต่อคิวหลังคนที่ซื้อของชนิดเดียวกันหลาย ๆ ชิ้น

สินค้าหลายชิ้นต่างชนิดกัน ย่อมเร็วกว่าสินค้าต่างชนิดกันในจำนวนหรือปริมาณที่เท่ากัน ฉะนั้นลองแอบสังเกตคนก่อนหน้าเราดูสักนิดนึงว่า ของที่เขาซื้อส่วนมากเป็นแบบไหน เพราะของบางชนิดจะคิดเงินได้ช้ากว่า เช่น พวกที่ไม่สามารถสแกนบาร์โค้ดได้ แต่ต้องคีย์ข้อมูลตัวเลขแทน เป็นต้น

5. เลือกโฟกัสที่ความเร็วในการเคลื่อนตัวของแถว ไม่ใช่ความยาว

ก่อนจะเลือกช่องคิวต่อแถวนั้น เราควรหยุดแล้วมองดูภาพรวมว่าแถวแต่ละช่องนั้นเป็นอย่างไร เพราะผลการวิจัยพบว่าคนเรามักจะเลือกแถวที่สั้นจนลืมคำนึงถึงความเร็วในการเคลื่อนตัวของแถวนั่นเอง

6. เลือกต่อคิวผู้ชาย และระวังคิวที่มีผู้สูงอายุ

ไม่ใช่เพียงจำนวนของคนในแถวหรือปริมาณสินค้าเพียงเท่านั้นที่เราต้องพิจารณา อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยประหยัดเวลาได้ก็คือการเลือกคนที่เราจะไปต่อคิวนั่นเอง เช่น หากเราต่อหลังผู้ชายอาจจะเร็วกว่า เพราะพวกเขาไม่ชอบการรอจึงมักทำอะไรเร็ว หรือพยายามเลี่ยงต่อคิวผู้สูงอายุเพราะมีโอกาสช้ากว่าในการเคลื่อนไหวอย่างการยกของและหยิบเงินในกระเป๋า

และอีกหลายวิธีที่เราสามารถประหยัดเวลาได้ด้วยตัวเอง นอกจากที่ได้กล่าวไปข้างต้น เช่น เลือกจ่ายเงินช่องที่รับเฉพาะเงินสดเท่านั้นเพราะเร็วกว่าการรูดบัตร  หรือถอดไม้แขวนและหยิบป้ายราคาออกมาให้เห็นชัดเจนหากเป็นพวกเสื้อผ้า รวมถึงแบ่งของกันเพื่อแยกจ่ายในช่องทางด่วนถ้าไปกันสองคน เป็นต้น

คิดได้ไง ! ถุงใส่แซนด์วิชสุด “ยี้” ป้องกันมือดีแอบมาฉกไปกิน

 
ถุงพลาสติกธรรมดา (แต่) ไม่ธรรมดาที่จะมาช่วยอำพรางสายตาจากเหล่าบรรดามือฉก ที่จะมาแอบจิ๊กแซนด์วิซแสนอร่อยของเราไปกินได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เคยไหม ? เวลาพกแซนด์วิชหรือมื้อกลางวันไปรับประทานที่ทำงาน แต่กลับชอบเจอมือดีมาแอบฉกหรือจิ๊กของของเราไปกินซะอย่างนั้น พอจะแก้เผ็ดหรือเอาคืนก็ดันไม่รู้อีกว่าเจ้าหัวขโมยคนนั้นคือใคร แต่ไม่เป็นไร เพราะวันนี้กระปุกดอทคอมมีตัวช่วยมาฝากคุณผู้อ่านกันกับเจ้าสิ่งนี้  Anti-Thief Lunches Bags หรือ ถุงอาหารป้องกันขโมย

Anti-Thief Lunches Bags เป็นผลงานการออกแบบสุดมหัศจรรย์จากบริษัท thinkofthe.com ที่ได้นำความพิเศษไม่เหมือนใครอย่างการครีเอทจุดสีเขียว ๆ ให้มีหน้าตาคล้ายกับ “เชื้อรา” แต้มไว้บนทั้งสองด้านของถุงพลาสติกใส ซึ่งเมื่อนำแซนด์วิชใส่เข้าไปจะเห็นได้ทันทีเลยว่า แซนด์วิชที่ดูน่าทานนั้นได้กลับกลายเป็นแซนด์วิชเน่าขึ้นมาภายในพริบตา

แต่ถ้าหาก “รา” ยังฮาร์ดคอร์ไม่พอเรายังมีอีกหนึ่งถุงที่น่าขนลุกยิ่งกว่า คือ “ถุงใส่อาหารลายแมลง” หรือ Lunch Bugs Sandwich bags ผลิตภัณฑ์จากบริษัท Fred ที่รวบรวมบรรดาแมลงน่าขยะแขยงต่าง ๆ เช่น แมลงสาบ สกรีนลงไปบนถุงได้อย่างเสมือนจริง เรียกได้ว่าใครก็ตามมาเห็นเข้าต้องร้อง “ยี้” ขนลุกขนพองไปตาม ๆ กันและไม่กล้าหยิบไปกินอย่างแน่นอน

แม่สมาน จากแม่ค้าหาบเร่ สู่เจ้าของธุรกิจ SME ส่งขนมไทยขายทั่วประเทศ

 

ครที่ชื่นชอบขนมไทย คงจะเคยได้ยินชื่อ “แม่สมาน” เจ้าของธุรกิจ SME ไทยที่ผลิตขนมไทยอร่อย ๆ ภายใต้แบรนด์ “เพชรบ้านแจม” ส่งขายผ่านร้านขายของฝากและผ่านร้านสะดวกซื้อที่ปัจจุบันมีสาขาทั่วประเทศกว่า 9,000 สาขาอย่าง “เซเว่นอีเลฟเว่น” ให้ผู้บริโภคได้หาซื้อกันได้อย่างสะดวกสบาย แต่รู้หรือไม่ กว่าจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้ “แม่สมาน” ต้องผ่านอุปสรรคนานาประการ แต่ไม่ย่อท้อ จนจัดได้ว่าเป็นอีกตัวอย่างของคนสู้ชีวิต ที่กระปุกดอทคอมขอนำเรื่องราวมาเล่าเป็นแรงบันดาลใจกันในวันนี้

เพราะชีวิตจริง ความสำเร็จไม่ได้ได้มาง่าย ๆ ต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลาน เจออุปสรรคต่าง ๆ แต่ นางสมาน กลิ่นนาคธนกร หรือแม่สมาน ก็ไม่ย่อท้อ เดินหน้าต่อสู้เพื่อครอบครัว จากชีวิตเกษตรกรทำนา และแม่ค้าหาบเร่ขายข้าวมันส้มตำใน จ.เพชรบุรี เริ่มหันมาขายขนมหวาน เพราะเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ใน จ.เพชรบุรี ร้านขนมหวานหลายร้าน ผลิตขนมหวานออกมาไม่ทันขาย จึงตัดสินใจทำขนมหวานขึ้นชื่อของเมืองเพชร คือขนมหม้อแกง ออกมาขาย รวมทั้งขนมอื่น ๆ เช่น ขนมใส่ไส้ ขนมกล้วย ข้าวหลาม ข้าวต้มมัด ตะโก้ ฯลฯ ซึ่งมียอดขายดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะใช้วัตถุดิบสดใหม่คุณภาพดี จนปัจจุบันขนมหม้อแกงแม่สมาน เป็นโอทอปห้าดาวของ จ.เพชรบุรี และได้ส่งขนมไทยออกไปยังต่างประเทศ ทั้งอเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ

แต่แม่สมานก็ยังคงมองหาช่องทางการจำหน่ายขนมไทยอย่างต่อเนื่อง ในปี 2550 เมื่อมีคนมาชวนให้ส่งขนมไทยไปขายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เพราะเซเว่นฯ มีนโยบายที่จะสนับสนุนและส่งเสริม SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อม ๆ กัน รวมทั้งเซเว่นฯ ยังมีสาขาทั่วประเทศ สามารถกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคได้กว้างและมากขึ้น จึงได้เข้าไปปรึกษากับทางเซเว่นฯ ซึ่งเซเว่นฯ ได้ส่งทีมงานมาแนะนำการบริหารจัดการ เพราะต้องรองรับการผลิตที่มากขึ้น เพื่อส่งขายให้เพียงพอทั่วประเทศ และในปี 2552 แบรนด์ “เพชรบ้านแจม” ก็ได้เกิดขึ้น พร้อมขนมไทยชิ้นแรก “ข้าวแต๋นน้ำแตงโม” ที่นำเข้าไปขายยังเซเว่นฯ

จากแม่ค้าหาบเร่ จบชั้นประถม 4 ไม่มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจ แต่ต้องมาเริ่มต้นทำธุรกิจ SME ผ่านการให้คำปรึกษาจากเซเว่นฯ ทั้งในเรื่องการพัฒนามาตรฐานโรงงาน การผลิต บรรจุภัณฑ์หีบห่อ ปริมาณและราคาที่เหมาะสม จนทำให้มีขนมไทยอื่น ๆ คือ ขนมผิงและลูกอมกะทิ ส่งมาขายในเซเว่นฯ อย่างต่อเนื่อง เวลาเกือบ 10 ปีที่ส่งขนมเข้ามาขายผ่านเซเว่นฯ และได้รับคำแนะนำเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพมากขึ้น ทำให้ในปัจจุบันขนมที่ส่งออกไปขายทั่วประเทศมีมากถึงหลักแสนชิ้นต่อเดือน

ครูโพสต์ข้อสอบประจานเด็กลงเฟซบุ๊ก ชาวเน็ตถามจรรยาบรรณอยู่ไหน

 
ครูโรงเรียนดังโพสต์กระดาษคำตอบข้อสอบประจานเด็กหน้าเฟซบุ๊ก แถมติดบอร์ดโรงอาหารอีก เด็กนักเรียนถามกลับ ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ ? ด้านชาวเน็ตจวกยับจิตวิญญาณและจรรยาบรรณครูอยู่ตรงไหน อย่าสักแต่ว่าเป็นครูแล้วจะทำอะไรก็ได้ !

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 ที่เฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความตำหนิการกระทำของคุณครูโรงเรียนชื่อดังย่านพระประแดงท่านหนึ่งในทำนองว่า ทำไมครูสมัยนี้ถึงชอบเอานักเรียนมาประจาน โดยสิ่งที่ครูท่านนี้คือโพสต์คือข้อสอบที่ระบุว่าเป็นการทุจริต โดยจะนำไปติดที่บอร์ดของโรงอาหารในโรงเรียน แล้วยังมีการนำมาแฉลงเฟซบุ๊กส่วนตัวอีก การทำแบบนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิเด็กหรือไม่

แน่นอนว่าเมื่อข้อความและภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปต่างก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มองว่า การกากบาทข้อสอบแบบนี้อาจไม่ใช่การทุจริต แต่น่าจะเป็นการกามั่ว ๆ มากกว่า ขณะที่อีกส่วนหนึ่งถามว่า จิตวิญญาณและจรรยาบรรณครูอยู่ตรงไหน ถ้าเด็กรู้จะมาเรียนทำไม หน้าที่ของครูคือทำให้เด็กรู้และดีขึ้นกว่าเดิมไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่มาประจานเด็ก

อย่างไรก็ดีบางส่วนก็เกิดคำถามว่า ครูสอนหนังสือยังไงให้เด็กไม่รู้เรื่อง เด็กถึงตอบข้อสอบแบบนี้ หรือถ้าเด็กไม่รู้เรื่องจริง ๆ ครูจะมีวิธีการดูแลแก้ไขอย่างไร การประจานให้อาย ก็มีแต่จะทำให้เด็กยิ่งไม่ชอบทั้งครู ทั้งวิชาที่เรียน และปิดกั้นตัวเองจากการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น

สลด แม่แท้ ๆ บังคับลูกวัย 12 มีเซ็กส์กับสามีใหม่ อ้างกลัวถูกบอกเลิก

 

สลด…เด็กหญิงวัย 12 ถูกแม่แท้ ๆ บังคับให้หลับนอนกับพ่อเลี้ยงหนุ่มนานนับปี อ้างกลัวถูกบอกเลิก ไม่มีใครดูแล แถมญาติพ่อเลี้ยงยังข่มขู่ไม่ให้เอาเรื่อง

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 รายงานว่า ญาติได้พา ด.ญ.บี (นามสมมติ) 12 ปี เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจ หลังถูกแม่แท้ ๆ วัย 39 ปี บังคับให้หลับนอนกับพ่อเลี้ยงวัย 25 ปี และทำการขืนใจหลายครั้ง โดยเด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศมานานเกือบ 2 ปี แถมถูกญาติของพ่อเลี้ยงพูดจาข่มขู่ไม่ให้เอาเรื่องที่พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ และตำรวจชุดจับกุมยังถูกชายอ้างตัวว่าเป็นตำรวจโทร. มาข่มขู่ กล่าวหาว่าทำร้ายผู้ต้องหาเพื่อให้รับสารภาพอีกด้วย

อย่างไรก็ดี จากการสอบปากคำ ด.ญ.บี เล่าว่า เมื่อช่วงกลางปี 2558 ขณะที่นอนอยู่ในห้องพักร่วมกับแม่และพ่อเลี้ยงนั้น แม่ได้เข้ามาพูดคุยหว่านล้อม และบังคับให้ตนยอมร่วมหลับนอนกับพ่อเลี้ยง โดยแม่อ้างว่าถ้าตนไม่ยอม พ่อเลี้ยงจะเลิกกับแม่จะไม่มีคนดูแล และแม่ก็บอกด้วยว่าต้องทำยังไง เป็นคนอธิบายทุกอย่างทั้งหมด

นอกจากนี้ แม่เป็นคนสวมถุงยางให้พ่อเลี้ยง หลังจากนั้นก็พากันนอน ต่อมาทางพ่อเลี้ยงจะร่วมหลับนอนกับตนตลอดแม้กระทั่งเวลาแม่ไม่อยู่ห้อง แม่ก็ได้สั่งว่าให้ยอมพ่อเลี้ยง อย่าขัดขืน จนกระทั่งล่าสุดตนได้เดินทางไปเยี่ยมพี่สาวที่ต่างจังหวัด พี่สาวเห็นตนซึมเศร้าก็สอบถาม จึงได้เล่าให้ฟังว่าถูกแม่บังคับให้หลับนอนกับพ่อเลี้ยง พี่สาวจึงได้นำเรื่องไปปรึกษากับญาติและได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

แอพแรกที่คุณเลือก บอย ปัดค้ายาเครือข่ายไซซะนะ อ้างรวยเพราะเล่นพนันออนไลน์

 

ปส. รุดสอบ “บอย-ณัฐพล” เครือข่ายไซซะนะ ในเรือนจำ เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธและไม่ซัดทอดใคร อ้างร่ำรวยจากการเข้าบ่อนออนไลน์ได้เงินเดือนละ 3-4 ล้านบาท
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวมีรายงานความคืบหน้าการขยายผลทลายเครือข่ายของ นายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ว่า พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้เข้าสอบปากคำ นายณัฐพล นาคคำ หรือบอย ผาขาว ที่สถานบำบัดพิเศษกลาง จังหวัดนนทบุรี โดยเบื้องต้น นายบอย ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และไม่ซัดทอดใคร โดยอ้างว่าร่ำรวยจากการเล่นกาสิโนออนไลน์ ทำให้มีรายได้เดือนละ 3-4 ล้านบาท และไม่ได้ค้ายาเสพติด

ส่วนความสัมพันธ์กับ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีแพท ณปภา ตันตระกูล นักแสดงชื่อดัง นายบอย อ้างว่า รู้จักกันที่สนามแข่งขันรถเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา โดยพนักงานสอบสวนจะเดินทางไปแจ้งคำสั่ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ที่ให้อายัดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบ พร้อมกับสอบปากคำนายบอย ที่สถานบำบัดพิเศษกลางในวันนี้ด้วย