เปลี่ยนรูปแบบการดื่มน้ำแบบเดิม ๆ ด้วยนวัตกรรมสุดเจ๋ง หยดน้ำกินได้ ลดปริมาณการใช้ขวดน้ำพลาสติก ลดขยะ ลดมลพิษ ช่วยลดภาวะโลกร้อน

ปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศพยายามที่จะคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาเพื่อลดปริมาณการใช้พลาสติก อันก่อให้เกิดมลพิษนำไปสู่ภาวะโลกร้อน ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2560 เว็บไซต์ The Science Time เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับนวัตกรรมสุดทึ่งที่ชื่อว่า โอ้โฮ (Ooho) หรือหยดน้ำกินได้ ซึ่งจะมาเปลี่ยนรูปแบบการดื่มน้ำแบบเดิม ๆ จากขวดพลาสติก และที่สำคัญสามารถช่วยลดปริมาณขยะได้มากเลยทีเดียว

โอ้โฮ เป็นผลิตภัณฑ์บรรจุน้ำดื่มขนาดเล็กทรงกลม ลักษณะคล้ายหยดน้ำ ถูกคิดค้นผลิตขึ้นโดยบริษัทสตาร์ทอัพชื่อ สคิปปิง ร็อคส์ แล็บ (Skipping Rocks Lab) ซึ่งหลังจากมีการเผยแพร่ออกมาได้สร้างความฮือฮาเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถกินเข้าไปได้ทั้งหมด ทั้งน้ำและเปลือกหุ้ม เปลี่ยนมิติการดื่มน้ำจากภาชนะแบบปกติไปอย่างสิ้นเชิง

โอ้โฮ ผลิตจากวัสดุจากธรรมชาติ โดยการนำสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งมาสร้างเป็นเยื่อหุ้ม ลักษณะคล้ายกับเปลือกผลไม้ โดยเนื้อเยื่อดังกล่าว ประกอบไปด้วยโซเดียม อัลจิเนท และ แคลเซียม คลอไรด์ ซึ่งไม่มีอันตรายต่อร่างกาย อีกทั้งยังไม่มีรสชาติ และผิวสัมผัสก็ไม่รู้สึกแปลกประหลาด ทำให้สามารถกินได้กินได้เช่นเดียวกับน้ำที่ดื่มตามปกติ แต่หากไม่ได้กิน หรือทำร่วงตกพื้น เนื้อเยื่อดังกล่าวก็สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จะสูญหายไปภายในระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

ทางผู้คิดค้นและผลิตโอ้โฮ ตั้งใจที่จะให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแพร่หลายไปทั่วโลก มีเป้าหมายเพื่อต้องการทดแทนและลดปริมาณการใช้ขวดน้ำพลาสติก อันเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโลก

อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดที่สำคัญที่ทำให้ โอ้โฮ เสียเปรียบผลิตภัณฑ์จากขวดพลาสติกนั่นก็คือ มันไม่สามารถพกพาไปด้วยทุกที่ได้แบบสะดวก ๆ อาทิ การโยนลงใส่กระเป๋าติดตัวไปดื่ม ไม่สามารถทำได้

สำหรับ โอ้โฮ คิดค้นประสบความสำเร็จและเปิดเผยออกมาครั้งแรกเมื่อปี 2557 ซึ่งตอนนี้ทางผู้ผลิตกำลังเล็งหาเป้าหมายด้านการตลาดจากทั่วโลก เพื่อให้วัตถุประสงค์ที่ตั้งเป้าไว้สำเร็จผล โดยขณะนี้ทาง สคิปปิง ร็อคส์ แล็บ มีนักลงทุนอิสระ จำนวนมากถึง 1,000 ราย ที่เต็มใจช่วยให้พวกเขาสามารถหาเงินทุนผ่านทางเว็บไซต์ออนไลน์ของพวกเขา นอกจากนี้ทางทีมคิดค้นยังทำการศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นจากสาหร่ายทะเล ที่จะช่วยในการแก้ปัญหาบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน

Please follow and like us:
0

ใส่ความเห็น