เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก ยังมีอีก 4 คู่ ที่ให้คอบอลได้ติดตามกัน

ย้อนเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 4 คู่แรก ยิงกันถล่มทลายถึง 15 ประตู โดยเฉพาะซูเปอร์บิ๊กเมตช์ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ถล่ม บาร์เซโลน่า 4-0 และบาเยิร์น มิวนิค ยำใหญ่ อาร์เซนอล 5-1 ฮือฮากันไปทั้งโลก

มาถึงสัปดาห์นี้ ก็ยังมีโปรแกรมที่น่าสนใจให้ได้ติดตาม ในแมตช์คืนวันอังคาร คู่ที่ผมจะหยิบมาปรีวิวนั้น เป็นคู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ โมนาโก

“เรือใบสีฟ้า” แห่งแมนเชสเตอร์ ซีซั่นนี้ มีการเปลี่ยนแปลงเทรนเนอร์ จากมานูเอล เปเยกรินี่ มาเป็นเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เพื่อหวังลุ้นแชมป์บิ๊กเอียร์สมัยแรกให้จงได้

ดูเหมือนว่า เป๊ป จะทำทีมมุ่งเน้นเกมรุกมากเกินไปหน่อย จนละเลยเกมรับ เพราะถึงแม้จะยิงไปแล้วเกิน 50 ประตู แต่โดนทะลวงตาข่ายถึง 29 ลูก มากสุดในบรรดาท็อปซิกซ์ของตาราง

สถานการณ์ทำท่าว่าจะดีขึ้น เมื่อได้ กาเบรียล เฮซุส ศูนย์หน้าดาวรุ่งวัยแค่ 19 ขวบ ที่เซ็นสัญญาตั้งแต่ซัมเมอร์ แต่เพิ่งมาร่วมทีมเมื่อตลาดเดือนมกราคม

และก็ระเบิดฟอร์มสุดยอด ลงเล่นตัวจริงในลีกแค่ 2 นัด ยิงไป 3 ประตู แต่โชคชะตาช่างเล่นตลกเหลือเกิน เมื่อได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตก น่าจะพักยาวจนจบฤดูกาลนี้

แน่นอนล่ะ ความหวังอันดับ 1 ของทีม กลับมาเป็น เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ อีกครั้ง แต่อนาคตของดาวยิงฟ้า-ขาว ในถิ่นเอดิฮัด ก็ใช่ว่าจะแน่นอนซะที่ไหน

ไปดูทางฝั่งทีมเยือน โมนาโก กันบ้าง จ่าฝูงลีกเอิง ฝรั่งเศส ปีนี้ผลงานไม่ธรรมดา มีลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 17 ปี เลยเชียวนะ

จุดแข็งของโมนาโกชุดนี้ อยู่ที่เกมรุกอันทรงพลัง เพราะนักเตะแทบทุกคนในทีมสามารถยิงประตูได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการยิงประตูจากคนไม่กี่คน

แล้วสถิติการยิงประตูของยอดทีมจากแดนน้ำหอม ยอดเยี่ยมสุดๆ ยิงกระจุยกระจายถึง 76 ตุง มากสุดในบรรดา 5 ลีกใหญ่ยุโรป

นำโดย ราดาเมล ฟัลเกา ที่กลับต้นสังกัดเดิมอีกครั้ง หลังหลงทางเสียเวลายืมตัวที่เมืองผู้ดี ด้วยผลงาน 22 ประตูรวมทุกรายการ ตามด้วย 2 ศูนย์หน้าคู่หูเลือดน้ำหอม วาเลเร่ แชร์กแมง และ กีแลง เอ็มบัปเป้

นอกจากนี้ แผงมิดฟิลด์มีดาวรุ่งที่น่าจับตามอง และตกเป็นเป้าหมายของบรรดายักษ์ใหญ่ นั่นคือ แบร์นาร์โด้ ซิลวา วัย 22 ปี กับ โธมัส เลอมาร์ อายุ 21 ปี โดยเฉพาะฝ่ายหลังนั้น ติดทีมยอดเยี่ยมประจำการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมาด้วย

แต่ในจุดแข็ง ย่อมมีจุดอ่อน เนื่องจากแผงหลังของทีม ช่างแตกต่างกันสุดๆ ในลีกแข็งแกร่งเหลือเชื่อ แต่เวลาลงเล่นยุโรป เสียประตูแทบทุกนัด

สำหรับในนัดนี้ เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกันในรายการสโมสรยุโรป แมนฯ ซิตี้ มีสถิติในการพบกับสโมสรจากฝรั่งเศส 3 นัด ยังไม่แพ้ใคร (ชนะ 1 เสมอ 2)

ล่าสุดพบกับ เปแอสเช ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ชนะในบ้าน 1-0 และบุกไปเสมอที่ปารีส 2-2 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของสโมสร ในรายการนี้

แถมพกสถิติยอดเยี่ยม เกมเหย้าในแชมเปี้ยนส์ ลีก 9 นัดหลังสุด ไม่แพ้ใคร (ชนะ 6 เสมอ 3) อีกทั้งเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่เคยทำทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูซีแอลเลย แม้แต่ครั้งเดียว

ยังไม่หมดแค่นั้น เป๊ป เคยเป็นผู้เล่นบาร์ซ่า ชุดเอาชนะโมนาโกทั้งเหย้าและเยือน ในรอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 1993-94 อีกด้วย

แต่ทีมเยือน ก็ใช่ย่อย เพราะถูกชะตาเป็นอย่างมาก เวลาเจอทีมจากพรีเมียร์ลีกในรายการนี้

ทำเป็นเล่นไป สถิติของโมนาโก ในการดวลกับพวกผู้ดี เฉพาะถ้วย “บิ๊ก เอียร์” ทั้งหมด 10 นัด ถือว่าดีมาก ชนะถึง 5 เสมอ 3 แพ้แค่ 2 ด้วยวีรกรรมช็อกโลกเหล่านี้

1997-98 เขี่ยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกรอบ 8 ทีม

2003-04 หักอกเชลซีในรอบตัดเชือก

2004-05 ชนะลิเวอร์พูลในรอบแบ่งกลุ่ม

2014-15 น็อกอาร์เซนอล ร่วงรอบ 16 ทีม

และล่าสุด 2016-17 ปราบสเปอร์ส ด้วยสกอร์ 2-1 ทั้งเหย้าและเยือน ในรอบแบ่งกลุ่ม และมีส่วนในการเขี่ยคลับไก่ ลงไปลุ้นแชมป์ยูโรป้า ลีก

คู่นี้บอกได้เลยว่า สูสีอย่างแน่นอน 2 ทีมที่เกมรุกดีมาพบกัน น่าจะเปิดเกมรุกสู้กันได้สนุก แต่ที่สำคัญเลยก็คือ ใครผิดพลาดในแนวรับน้อยกว่า ก็จะมีโอกาสเป็นผู้ชนะสูง

โดยเฉพาะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในรายการนี้ “เกมรับ” ต้องมาก่อน จะมัวแต่บุกเพลินๆ ไม่ได้เลยเชียว

Please follow and like us:
0

ใส่ความเห็น